Headlines News :

ราชดำเนินในความหลัง

Latest Post

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความผู้เขียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความผู้เขียน แสดงบทความทั้งหมด

กำลังหลอกตัวเอง เพื่อปกปิดความอ่อนแอ

Written By Unknown on 23/10/56 | 00:40



หลังจากหยุดและยุติการเขียนบล็อกมาหลายนานเดือน   เรื่องล่าสุดที่เขียนคงเป็นเื่รื่องของ นายเนติวิทย์เด็กไทยปฎิวัติการศึกษา    มีแฟนบล็อกเกอร์ตอบรับมากมายพวกเขามองว่าบล็อกแห่งนี้เป็นแนวทางการเขียนของบล็อกแนวประชาอธิปไตย    มันอาจจะเป็นเรื่องจริงพวกเราเริ่มมีการแสดงอารยธรรมของเราในgoogle+    หากท่านมีแนวทางและมีแนวความคิดที่จะเปลี่ยนมุมมองแง่มุมที่สังคมมองว่าร้าย และ บางแง่ที่ใครมองว่าดีงาม นำทั้งสองมาผสมรวมรวมกันแล้วสรุปออกมาได้เจริญหูเจริญตาเวะมาเยี่ยมเขียนบทความกันได้ืั้ที่           https://plus.google.com/u/0/communities/109753548929883645737


เข้าเรื่องที่อยากให้ร่วมตัดสินกันเลยเลยดีกว่า  น้องกิ๊ฟ เชอร์รี่น้องวาย มีตั้งมากมายสารพัด  ว่าด้วยเรื่อง การทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือน    ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนมาหลายหน้าที่   สากกะเบือยันเรือรบก็ว่าได้  ทั้งเสริฟข้าวเสริฟน้ำหาเงินเรียน  บ้างก็เป็นลูกไล่ถูกโขกสับให้ตัวเองช้ำใจ  เทพหน่อยก็เคยใกล้นายให้หลายคนต้องอิจฉา มีคำกล่าวว่าการที่เราขึ้นหลังเสือแล้วจะลงลำบาก   อาจหมายถึงการทำงานได้ดิบได้ดีเงินเดือนแพงๆ  มีหน้ามีตาในสังคมและวัฒนธรรมของการทำงานมีหรือจะกลับไปกรอกอาหารสัตว์รับค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท    หลายท่านอาจจะมองว่าเอาล่ะยังไม่ทันเดินเรื่องไปถึงกลางบล็อกเลยเริ่มจะยโสโอหังยกตนอวดท่านซ่ะแล้ว     เปล่าเลยแต่นั่นต่างหากที่ผมอยากให้ท่านร่วมขบคิดและเลือกทางเดินไปกับผม                

เรื่องมีอยู่ว่าต้นปี  54  บังเอิญผมมีโอกาสได้เข้าทำงานในตำแหน่งที่ตนเองไม่ถนัดนัก   HR คืออะไร โหด เหี้ยม  พระเดท  พระคุณ  โอกาสที่จะทำให้ใครอยู่ใครไป    อยู่ในกำมือผมอย่างไม่ตั้งใจ   กฎหมายแรงงานเขาเปลี่ยนกันเป็นพายุบุแคม   แต่ในสมองของผมไม่เคยคิดอยากเปลี่ยนตามเขาเลย  เพราะผมอาจจะไม่ใช่HRตัวจริงตามหลักการที่เขาวางเกณฑ์ไว้ก็เป็นได้

  SME เป็นตัวย่อบ่งบอกถึงสถานะภาพที่ผมกำลังทำงานอยู่    ห้องทำงานแสนจะส่วนตัวเท่านั้นที่ผมรู้สึกดีในวันแรกของการทำงาน   แต่ที่เหลือคือ  ภาษา กิริยา แล ะพฤติกรรมเฮียๆที่ผมถูกต้อนรับกับสังคมแห่งนี้   บ้างว่าเฮียนี่แม่ง! หักเงินกูกูจะด่าให้   เถ้าแก่ก็สั่งห้ามเข้าข้างพนักงานเด็ดขาดต้องเข้าข้างเขาเท่านั้นเขาตัดสินใจอยู่น่นก่อนจะพูดคำนี้กับผม  บ้างก็ให้HRไปตำหนิพนักงานที่สุดแสนจะอาวุฒิโสเขี้ยวรากดินจนยากจะมีผู้ใดต่อกร    การถ่ายทอดส่งมอบงานงานระหว่างคนเก่าส่งให้คนใหม่ที่รับมอบหมายก็สุดแสนจะรันทดดองยาวไม่บอกไม่กล่าวแนะแนวทางการทำงานกันซักคำ    สายตาทุกคู่ที่จับจ้องมองรังเกียจอย่างกับว่าผมเหยียบอุจาระมาซ่ะอย่างนั้น    พฤติกรรม HRพันธุ์เถื่อนของผมเริ่มจุดประกาย  เอกสารISO ที่การันตีความเทพของโรงงาน    ผมจัดการเปลี่ยนแนวทางตามแบบของผม ตามหลักการง่ายกระชับ  แต่ยังยิดตามหลักเหตุผลโดยการศึกษาจากรุ่นพี่ และ ศึกษาจากโลกออนไลน์ในไม่ช้า  เอกสารที่รกรุงรัง กายเป็นเรื่องที่ง่ายที่จะหยิบจับ    แรงงานสัมพันธ์และการเข้าถึงทำให้ง่ายที่จะเข้ากับเสือสิงห์กระทิงที่ดุร้าย   ความบริสุทธิ์ใจและคำพูดที่ตรงไปตรงมา  การให้เกียติในการแสดงออกทางความคิดทำให้หลายคนเริ่มอยากจะชักชวนผมเข้าพวก..... สุดท้ายไม่ยากที่จะขอถอนเขี้ยวพวกเขาออกอย่างที่เขาพอใจที่จะถอดออก  มันไม่มีหลักเกณฑ์อะไรเลยมันคือความจริงใจล้วนๆ  คุณจะลืมคำว่าจิตวิทยาจอมปลอมไปเลย  แต่อย่าเผลอลองเอาเขี้ยวที่เขาถอดไว้มาลองใส่ซะล่ะ


กาลเวลาผันแปรเปลี่ยน  SME ตีแตกเริ่มเล่นงานผมเข้าให้  DC แผนกเอกสารเซ็นเตอร์ตามภาษาเรียกเชยๆแต่เข้าใจง่ายของผมถูกผลักดันหน้าที่ให้ผมรับผิดชอบ    อีกไม่นาน จนท.การตลาด ตามผมมาติดๆ  ปัญหามาจากพนักงานเก่าๆลาออกไปแสวงหาที่ทำงานใหม่ๆที่เขาพอใจหว่าที่เดิม แต่คราวนี้มาพร้อมกับการเสนอเงินก้อนโต  แน่นอนผมยินดีที่จะรับมันไว้   ถามจริงๆในหัวสมองผมมีอะไรที่เป็นการตลาดผลักดันยอดขายหรือไม่    ผมตอบได้เลยว่าไม่มีเลย  ก็คงต้องพึ่งรุ่นพี่และโลกออนไลน์อีกตามเคย   ทุกกระบวนการผมเดินตามแบบของผมเปลี่ยนเอกสารให้สอดคล้องกับการทำงานที่เหลือก็รอโจทย์ยากๆวิ่งมาหาเราให้ฝึกสมอง  และที่สำคัญผมทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วเสมอ

ต้นปี56  SME ตีแตกเกิดวิกิตอย่างหนัก   ผู้บริหารแถลงการบ้างไม่แถลงการบ้าง  ปัญหาของเถ้าแก่ยากล้นที่จะแก้ไข    เงินเดือนออกล่าช้านัดวันผลัดวันประกันพรุ่งสุดท้ายพนักงานแตกกระเจิงไปคนละทิศละทางบ้างก็ดึงรั้งไว้ได้ บ้างก็ถ่มน้ำลายเหยียดหยามการบริหารงานอย่างไม่โปร่งใสของถ้าแก่   

ผมไม่วันที่จะกล้าโทษใครแต่เถ้าแก่โทษเศรษฐกิจท่านมองว่ามันหลอกหลอนประชาชนจนน่ากลัวกว่าผีซะอีก...    สุดท้ายล่าสุด 15/10/56  ทั้งๆที่ผมไม่อยากซื้อของก็ยังจะให้ผมซื้ออีก  เถ้าแก่บ้าระห่ำทะลุบ้องเกินขีดพิกัดมอบงานจัดซื้อให้ผมช่วยดูแลอีกตำแหน่งทำเอาผมมึนงง ทั้งที่ยังมีบุคคลากรอีกมากมายให้เลือกใช้

คำพูดที่ว่า "ทำงานเก่งทำได้ทุกอย่างหรือว่าว่างงานเลยยกงานให้ผมทำ"   คือคำที่หลายคนกำลังพูดและวิเคราะห์เกี่ยวกับตัวผมในเวลานี้  ข้อเสนอค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นยุติลงทิ้งท้ายไว้ที่คำว่า  ขอความช่วยเหลือแน่นอนผมยินดีที่จะรับมันไว้ในอ้อมใจที่สั่นคลอนอีกที่สั่นคลอนก็คงเพราะพวกเราไม่ได้รับเงินเดือนมา 2 งวดแล้ว 

เงินหลายหมืน  คือข้อเสนอที่มากว่าที่ผมกำลังได้รับอยู่ปัจจุบันอาจเป็นคำตอบสุดท้ายของข้อเสนอ ที่ผมอาจต้องตัดสินใจทิ้งงานที่กำลัง้าทายไป  หากทำงานตำแหน่งเดียว  เงินเดือนออกตรงไม่เดือดร้อนครอบครัวเหมือนที่กำลังเป็นอยู่    สังคมที่เปลี่ยนแปลง  และความกดดันจากครอบครัวที่กำลังเดือดร้อน ค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ทำให้ผมแอบคิดไปว่า!


ผมกำลังเย่อหยิ่งกับหัวโขนที่เถ้าแก่มอบหมายให้
ผมกำลังสนุกกับงานในSMEทำจนเกือบจะครบทุกตำแหน่งในโรงงาน
ผมกำลังสงสารเถ้าแก่และกำลังให้กำลังใจเขาทั้งๆที่เขาก็ไม่ได้จริงใจอะไรกับเรามากนัก
หรือสุดท้ายผมกำลังปกปิดความอ่อนแอบางแง่ของผมอยู่ กับการเริ่มต้นใหม่


สุดท้าย มันก็แค่อุทาหรเล่าสู่กันฟังเผื่อใครเคยประสบเหตุการณ์ ผมว่ามันยากมากสำหรับการตัดสินใจ
แต่นั่นมันคือ

 '' การให้โอกาสตัวเอง หรือการให้โอกาสเถ้าแก่ หรือมันคือความกลัวที่จะเปลี่ยนแปลกันแน่"

สุดท้าย ความหิว อาจจะเป็นคำตอบสุดท้าย


บทสนทนา

HR     : เถ้าแก่ครับเงินเดือนงวดนี้เลื่อนออกมานานแล้วน๊ะครับพนักงานถามผมเยะมากผมเกรงว่าเขา                   อาจจะ ลาออกจากโรงงานไปทำงานที่อื่นกันหมดครับ

เถ้าแก่ : ผมเข้าใจน๊ะ  บริหารประเทศ กันอย่างไรพังกันหมดแล้วรัฐบาลเคยมาช่วยรับผิดชอบอะไรไหม                  สุดท้ายรากหญ้าก็ต้องมารับกรรม

HR      : เถ้าแ่ก่รากหญ้าผมไม่ใช่ใส้เดือนเลยหรือครับ ตอบตรงประเด็นหน่อยครับ พนักงานจะหนีหมด                  แล้วครับ

เถ้าแก่  : HRคุณช่วยบอกพนักงานทุกคนน๊ะว่าผมไม่โกรธ ผมเข้าใจว่าคนหิวมันเป็นอย่างไร

HR      : เถ้าแก่ก็ยังไม่ตรงประเด็นน๊ะครับ หิวข้าวมันโกรธน๊ะครับแต่ยังทนได้แต่ที่เขาจะทนไม่ได้คือคำ                พูดที่ยังไงก็ยังไม่ตรงไปตรงมาของเถ้าแก่  แล้วคำว่าเข้าใจว่าคนหิวมันเป็นอย่างไร อย่าพูดให้                พนักงานใส้เดือนที่ต่ำกว่ารากหญ้าได้ยินน๊ะครับเขาจะตีความผิดๆ  หาว่าเขาไม่มีจะกัน จะยุ่งกัน             ไปใหญ่ครับ


ปล.คนที่เหลือต่อไปที่จะก้าวต่อไปกับโรงงานและเริ่มสร้างความยิ่งใหญ่ในธุรกิจกันอีกครั้งเพราะคนที่เหลืออยู่เราคัดแต่เพชรแท้ๆ เอาไว้เท่านั้น  เสียงโห่ร้องของพนักงานดังกิ๊กก้องป้าชูจิต  ญายชูใจ  พ่อถวัล  ลุงเกษม  อาม่ากิมเจียง  กับชายร่างเล็กและหญิงลูกสาม ตบมือแสดงความดีใจกับการที่ถูกคัดเลือกว่าเป็นเพชร ที่คัดไว้งั้นหรือ  อิๆๆๆ (แซว)ขำๆ



เนติวิทย์ ซัดระบบการศึกษาไทยล้าหลัง วันไหว้ครูต้องหมอบคลานเข้าไปเหมือนสิงสาราสัตว์

Written By Unknown on 26/7/56 | 10:02

ตอกย้ำ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าสำหรับ ท่านเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล โพสต์เฟซบุ๊กซัดระบบการศึกษาไทย ปลูกฝังความเป็นไทยที่เป็นเพียงนามธรรม ล้าหลัง พอถึงวันไหว้ครูก็ต้องหมอบคลานเข้าไปเหมือนสิงสาราสัตว์
บล็อก เขาอยากให้คุณช่วยตัดสิน

ทำให้คนไทยที่ไม่ใช่หัวใจไทยและคนหัวใจไทยหลายๆคน  ไม่พอใจสำหรับ คุณคนนี้  ผมว่าผมเป็นประเภทโฉด เลว ดี แล้วน่ะแต่ยังนึกเคียงกับคำพูดของน้องคนนี้เขาเข้าเหมือนกัน   ที่น้องเขากล่าวไว้เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา

 ''เป็นเรื่องยากพอสมควรที่จะพูดถึงความเป็นไทย โดยส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยมีความสนใจในความเป็นไทยสักเท่าไหร่ เหมือนคนทั่วไปที่ไม่สนใจความเป็นไทย แต่แน่ละ ผมคิดว่าที่คนส่วนใหญ่ไม่สนใจอะไรคือความเป็นไทย ก็เป็นส่วนหนึ่งของวิธีคิดของความเป็นไทย ที่ไม่ต้องการให้มีการสืบค้น คิดตั้งคำถาม แล้วชีวิตของพวกเราก็วนเวียนกับเรื่องความเป็นไทย โดยส่วนสำคัญในการปลูกฝังนี้ก็คือสถาบันการศึกษา''

ฟังข้อความข้างบนนี้แล้ว  ผมพูดอะไรไม่ออกเลย เพราะผมเป็นคนไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้  คำกล่าวของน้เขา      ผมคิดออกแค่เพียงว่าเขาไม่อยากที่จะเป็นคนไทยซะเหลือเต็มประดา แล้วทำไมถึงไม่อยากเป็นไทยล่ะผมตั้งคำถามในสมองของผม     ผมจ้องไปที่ภาพของคุณ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล    หัวสมองผมคิดตลกๆว่า  หรือว่าเขาอยากเป็นฝรั่งว๊ะ  ฝรั่งเอกลักษณ์ของเขาที่ครองใจคนไทยหลายๆคนคือ  ฟรีเซ็กซ์  ดูหน้าตาของน้องเขาเหมือนอยากปลดปล่อยอะไรบางอย่าง  ที่ทำให้หายเครียดน๊ะ  มองใกล้ๆบางทีเหมือนจะเห็น     สิวเสี้ยน     เต็มหน้าไปหมด   และแล้วผมก็บังคับสมองของผมให้กลับมาเข้าเรื่องอีกครั้ง

ท่านเขากล่าวต่อว่า  เราก็ถูกฝึกสอนจากโรงเรียนที่พร้อมจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วยนโยบายที่สวยหรู World Class Standard School ให้คงความเป็นไทยเอาไว้ แนวความคิดของไทยไม่เหมือนชาติใดในโลก หรืออะเมซิ่งไทยแลนด์ถูกปลูกฝังเข้ามา เราจึงเห็นเพจประชาคมอาเซียน ที่แอดมินคนไทยบอกว่า ระบบโซตัส เป็นสิ่งที่พิเศษสำหรับประเทศแห่งนี้ ความคิดการจัดวางลำดับชั้นต่ำสูง ระบบอาวุโส ระบบอุปถัมภ์ ครู - นักเรียน แบบพ้นยุคพ้นสมัย จึงเป็นสิ่งสำคัญ นักเรียนก็ไม่เท่าเทียมกับครู ปัญหาการโต้เถียงถกเถียงครูอาจารย์ในสังคมไทยบางทีก็เป็นเรื่องรับไม่ได้ นักเรียนคิดแย้งก็มีน้อยและส่วนมากไม่กล้า เพราะสภาพที่กดดันและอำนาจนิยม แม้ครูกับครูเองก็มีปัญหา คือผู้บริหารคิดว่าตัวเองวิเศษ สูงส่งกว่าครูธรรมดา ครูก็มีหน้าที่รับฟัง เชื่อฟัง ขัดแย้งไม่ได้ แม้มีคนขัดแย้งก็หาพวกรวมกลุ่มกันได้ยาก เพราะครูเองก็เคยเป็นนักเรียนถูกหลอมผ่านระบบการศึกษาที่เห็นระบบอาวุโส เป็นของดี วันไหว้ครูก็ต้องหมอบคลานเข้าไปเหมือนสิงสาราสัตว์ แล้วก็อ้างว่า เป็นของไทย น้ำตาจะไหลเพราะซึ้งจัด


ท่านเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล กล่าวไว้อย่างยอดเยี่ยมและผมเห็นภาพได้อย่างชัดเจนฝุดๆ

ที่กล่าวมาผมเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับสิ่งที่ท่านเขาวิเคราะห์         ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแล้วล่ะถ้านักเรียนซึ่งมีความสามารถเป็นถึง     เลขาธิการสมาพันธ์นักเรียนไทยเพื่อการปฏิวัติระบบการศึกษาไทย  หน้าที่คุณคงต้องปฎิวัติต่อไป       หน้าที่ผมคงต้องเขียนให้ผู้อ่านของผม  ตัดสินเรื่องราวของคุณในแบบที่เรียกว่า    คนใจกว้างในการตัดสินเรื่องราวให้ได้     แต่สิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่ก็คือ  ถ้าอีกหน่อยมี  เลขาธิการสมาพันธ์ครูไทยเพื่อการปฏิวัติระบบการศึกษาไทย      ผมว่าน้องต้องหนาวๆร้อนๆแน่ๆ 

 คุณไม่ต้องการกราบไหว้ครูเหมือนสิงห์สาราสัตว์คุณก็แค่เดินออกจากกิจกรรมนั้นไป    เมื่อก่อนผมกับเพื่อนๆทำบ่อยมักจะหนีกิจกรรมคุกเข่าเข้าไปกราบครูแต่ไม่ใช่ไม่อยากกราบน๊ะครับ แต่เป็นการฉวยโอกาสซึ่งสมัยก่อนเขาเรียกโดดเรียนนั่นเอง  

        
แต่ถ้าวันไหนที่โรงเรียนคุณมีกิจกรรมวันแม่วันพ่อ    กิจกรรมเขาก็ต้องคุกเขาเข้าไปกราบไหว้พ่อแม่เหมือนกัน   น้องจะกล่าวคำว่าคลานไปกราบเหมือนสิงห์สาราสัยว์หรือเปล่า  ผมหวังว่าระดับเป็นประธานคงแยกแยะออกน๊ะครับ       อีกเรื่องถามจริงๆเคยเก็บย่าแพรกหรือเปล่า  บางคนให้ความสำคัญมากๆ   ต้องเอากระลามาครอบหญ้าไว้เป็นหลายอาทิตย์เพื่อให้หญ้าเหลืองเป็นหญ้าแพรกมันเป็นพิธีการที่แปลกในความคิดคุณอีกหรือเปล่า หรือคุณไม่รู้จักหญ้าแพรก  แล้วหญ้าแพรกอยู่ในหัวข้อปฎิวัติการศึกษาไทยของคุณด้วยหรือเปล่าครับ


ไม่แปลกที่ทุกวันนี้ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะคิด  คิดมากเท่าไหร่ ก็ต้องหาทางปิดช่องโหว่ของตัวเองมากเท่านั้น  ก่อนที่ผมจะจบ ม6. มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ให้พวกเราทุกคนเสนอความคิดเห็นในตัวของอาจารย์ในเรื่องของการสอน   เอาแบบที่ไม่ต้องเกรงใจ  จะต่อว่า  ด่าคำหยาบ  ได้ทั้งนั้นโดยที่ไม่ต้องลงชื่อในใบสอบถามของอาจารย์   ผมก็เขียนเอาฮาว่า ควรเหลาไม่เรียวให้เล็กกว่านี้หน่อยมันโหดเกินไป   

และอาจารย์ท่านนี้ท่านได้รับเกียรติไปดูงานที่ประเทศหนึ่งในยุโรป  ท่านเล่าให้ฟังว่า เด็กนักเรียนที่นั่น ''เหมือนจะไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอน''   ดูถูกดูหมิ่น ว่ามาจากประเทศที่กำลังพัฒนา  บ้านเมืองมีแต่ช้าง ขี่ช้างไปทำงาน  อาจารย์ท่านเล่าว่าสุดจะทนกับ  กิริยามารยาทของเด็กพวกนี้  ท่านเลยทดลองวิชาที่มักจะใช้ปราบเด็กไทยให้อยู่หมัด  ท่านบอกว่าได้ผล  เด็กฝรั่งที่ไม่สนใจฟังท่านหันมาฟังท่านมากขึ้น  ส้นตีน  เอ่อเท้าที่วางพาดไว้บนโต๊ะเรียนเริ่มลดลงทีละข้างๆ  จนไม่เหลือเท้าของเด็กฝรั่งคนไหนพาดอยู่บนโต๊ะแม้แต่คนเดียว    คำพูดที่กล่าวกล่าวคือ

'' ผมมาจากประเทศไทย  ประเทศที่มีวิวัฒนาการด้านวัตถุที่น้อยกว่าพวกคุณวันนี้ผมได้รับเกียติให้มาดูงานเรื่องการเรียนการสอนที่ทันสมัย  ผมเห็นว่ามันก็ทันสมัยดีแต่อีกไม่กี่นาทีผมจะกลับเพราะผมไม่ได้รับการตอบรับและการยอมรับของพวกคุณ  ผมต้องขอโทษที่ทำให้คุณต้องเสียเวลา แต่ผมมีเรื่องวัฒนธรรมและกิริยามารยาททางสังคมที่ประเทศผมมาเล่าให้ฟัง  ที่ไม่เกี่ยวกับช้าง  หลายคนถามผมเรื่องช้าง ผมไม่รู้ผมเป็นครูผมมีหน้าที่ทำให้เด็กในประเทศไทยมีระเบียบวินัยมีความรู้ หลายคนมักใช้คำว่าไปโรงเรียนให้ครูดัดสันดานหน่อย   ผมว่าว่าคงไม่มีพวกคุณคนไหนหลงไปเรียนที่เมืองไทยน่ะครับเพราะคุณต้องปรับอีกเยอะ

 ยกตัวอย่างเช่น  เท้าที่พวกคุณวางพาดไว้บนโต๊ะแทบจะต้องใช้คำว่ามันกำลังชี้หน้าผมอยู่ในระหว่างนี้  ถ้าเป็นที่เมืองไทยผมจะเดินเข้าไปถามเด็กคนนั้นว่าด้วนสีหน้าที่ยิ้มแย้มว่า  นักเรียนครับลูกจะเอาขามาวางพาดโต๊ะอย่างนี้ไม่ได้น๊ะครับ มันบ่งบอกถึงกิริยามารยาทของเรา   ลูกต้องให้เกียติสถานที่ และบุคคลากรที่ให้ความรู้  แล้วเด็กนักเรียนที่เมืองไทยก็รับเอาขาลงจากโต๊ะ  เพราะเด็กนักเรียนที่เมืองไทยไม่ชอบให้ใครมาด่าว่าไม่มีมารยาท  กิริยาไม่เหมาะสม หรือที่กลัวที่สุดคือ พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรืออย่างไร   แต่นั่นที่เมืองไทย         ที่นี่ไม่ใช่เมืองไทยผมคงไม่ว่าพวกคุณหรอก  แต่อย่าลืมน่ะครับหากมีโอกาสได้ไปที่เมืองไทยอย่าเอาเท้าไปวางบนโต๊ะ ที่ไหนเพราะคนไทยจะมองว่าคุณไม่มีมารยาท ''



นั่นเป็นคำกล่าวที่ผมพอจะจำได้จากอาจารย์ ชื่อ อ.วิรัช  โรงเรียนประจำำอำเภอในจังหวัดเพชรบูรณ์


สุดท้าย โปรดทำหน้าที่ของท่านต่อไป หวังว่าท่านคงจะสำเร็จในสิ่งที่ท่านมุ่งหวัง 
ท่านเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล  หวังว่าคุณคงไม่ใช่พวก ผยอง ยะโส ไร้มารยาทน๊ะครับ



ก้องกิดากร 

เมื่อ ลีซอ ถูกพิพากษาด้วยแฟนบอล 6 หมื่นคน

Written By Unknown on 16/7/56 | 09:22


เมื่อ สตาร์โดนโห่ไล่  

จากเหตุการณ์เมื่อไม่กี่วันมานี่  ผมนั่งใจจดใจจ่ออยู่หน้าจอโทรทัศน์  ดูทีมกีฬาชื่อดัง แมนยู ปะทะกับ สิงห์ออสตาร์ ของเมืองไทย ในการแข่งขันนัดพิเศษ  ซึ่งผลที่จบลงด้วยสกอล์ แมนยู0-สิงห์ออสตาร์1

เป็นการทำประตูของ  พ่อหนุ่มที่เคยเป็นที่กล่าวขานว่า มีโอกาสค้าแข้งอาชีพอยู่ที่อังกฤษ เพราะพี่แกเคยฝึกซ้อมฟุตบอลอยู่ที่นั่น  เป็นถึงขนาดเป็นนักกีฬาเยาวชนของสโมสรหนึ่ง  ในระหว่างที่ผมนั่งดูถ่ายทอดสดอยู่  ที่แปลกใจก็ตอนที่ ลีซอเขาได้ลูก  แฟนบอลในสนาม พากันโห่ ลีซอ อย่างกับแกเป็นทีมคู่แข่งซะงั้น

เขาถูกตัดสินข้อหาอะไรเอ่ย   ผมพยายามเช็คข่าวอยู่ วันสองวัน  ก็มีข่าวออกมาว่า พี่แกไปให้สัมภาษณ์ว่าถ้าพี่แกทำประตู  "ทีมเก่า'' อย่างแมนยูได้แกจะไม่ดีใจ   นั่นแหละครับคือสาเหตุให้ต้องโทษและถูกตัดสินด้วยแฟนบอลกว่า6หมื่นคนในสนาม   

เพราะอะไรเขาตัดสินกันอย่างนั้นทั้งที่เป็นคนไทยเหมือนกัน   ก็คงต้องบอกว่าความโอเวอร์ แอคชั่นของลีซอก็เป็นได้  ใช้คำว่ายิงทีมเก่า   ซึ่งที่ผ่านมาลีซอ ยังไม่เคยได้โอกาสเชียดที่จะเป็นนักเตะ แมนยู เลยแม้แต่น้อย   เมื่อครั้งที่ผมเคยดูจำไม่ได้ว่าทีมชาติหรือสิงห์ออสตาร์ เล่นกับทีม ลิเวอร์พลู  นัดนั้นลีลอก็ได้ร่วมลงเล่น  และเล่นบอลด้วยความกระหาย  แสดงทักษะทักการเข้าบอลเร็ว เสียบ ไสด์ ตามสไตล์บอลอังกฤษทุกอย่าง  ที่หนักไปกว่านั่น  แกไล่เสียบ ห้องเครื่องลิเวอร์พูลอย่าง มาสเชราโน่ นักเตะอาเจนตินา  จนเกือบมีเรื่องมีราวกัน  มาสเชราโน่ว่าดุดัน อารมณ์ร้อน เจอพี่ลีซอของเราเข้าไป ชักขาหลบเกือบไม่ทัน   ยิ่งไปกว่านั้น ลีซอ ยังทำท่ากวนอารมณ์นักเตะอาเจนติน่ารายนั้น เพราะเขาถือว่าเชียร์แมนยูซึ่งเป็นทีมคู่ปรับตลอดกาลระหว่างกัน

แต่เรื่องทั้งหมด  ลีซอกับมองว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ที่โดนแฟนบอลโห่ไล่เขา โดยเขาทิ้งท้ายไว้ว่า  แฟนบอลมีสิทธิ์ที่จะโห่เขา  และเขาก็มีสิืทธิ์ที่จะ แอ็กต์อาร์ท เหมือนกัน


เป็นอย่างไรล่ะ จริงอย่างที่ ลีซอเขา พูดน่ะ 
บางครั้งการที่เรามีโอกาสและประสบการณ์เยอะ แต่ทำตัวให้เหมาะสมก็เป็นหนทางให้คนไทย รัก คุณไปตลอดกาลก็ได้น๊ะ  ยังไงก็แล้วแต่ผมเชียร์คุณ  ผมชอบในความทุ่มเท และบ้าเลือดของคุณ มากๆๆๆๆๆ


แฟนบอลไทย

ร้านค้าแบรนด์ดังมีส่วนร่วมทำประโยชน์เพื่อสังคม

Written By Unknown on 5/7/56 | 16:56



เครดิตภาพ จาก คิดว่าดีก็ทำต่อไป



เห็นภาพ กับคำอธิบายภาพ มันช่างฮาดีจริงๆ ต้องขอขอบคุณและให้เครดิตแฟนเพจคิดว่าดีก็ทำไป   แต่มองภาพไปแล้วจินตนาการไปว่า  เขาทำรูปขึ้นมาขำๆ  หรือว่ากำลังบ่งบอกมุมมองสะท้อนสังคมกันแน่หว่า    ก็เลยตามเข้าไปหาข้อมูลในเพจเขามา กดไลท์ไปทีนึงเพื่อค่าไอเดียพี่เขา  แต่แล้วก็ต้องพบกับมุมมองความขัดแย้งของสังคมอีกแล้ว

บ้างก็แซวติดตลกว่าที่ผ่านๆมาต้องขอโทษด้วย คราวหน้าจะสั่งอะไรมากินบ้างจะไม่นั่งเฉยๆแล้ว    บางรายดุหน่อยบอก   ไม่ให้นั่งงั้น มึงก็กลับประเทศมึงไปเลย  เอ้อดูมันทำ.   WIFIฟรี น้ำเย็นเจี๊ยบห้องน้ำพร้อมจะห้ามไหวหรอ  เอ็กๆๆๆๆ ดูน้องเขาคิด


อ่านไปอ่านมาสักครู่เขาเริ่มแบ่งความคิดออกเป็นสองฝั่ง    ฝ่ายที่ดูเหมือนจะมีคำว่าคุณธรรมในใจโพสต่อว่าอีกฝ่ายให้หัดเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง       อีกฝ่ายโต้ตอบกลับ อย่างฉับพลันถึงแม้จะกินน้ำอัดลมแค่แก้วเดียวแล้วเขาให้กินฟรีหรือเปล่าซื้อเขากินน่ะโว้ย                 เอาล่ะทีนี้สถานะการณ์เริ่มเข้าทางการตลาดของแอดมินเพจนี้แล้วโว้ยเห้ย     มาเถียงกันเยอะๆเพจฉันจะได้มีคนเข้ามาเยอะๆ(แซวเล่นน๊ะครับ)       ผมว่ามันก็ได้อารมณ์ดีเหมือนกันน๊ะ เถียงกันทางคีร์บอร์ด    แถมสอดแทรกด้วยมุขตลก เช่นไม่ได้มาติวหนังสือโว้ย  มาขายประกัน!     แล้วมึงทำไมไม่ไปร้านผู้พันกันบ้างว๊ะ


ลูกค้าคือพระเจ้า!! (แต่ถ้าพระเจ้าเห็นแก่ตัวเกินไปเงินสักบาทของพระเจ้ากูก้อไม่สน แถมตีนถีบออกจากร้านด้วย). ประเภทที่ว่าน้ำแก้วเดียวนั่งเกินคุ้ม!!


และนี่คือคอมเม้นสุดท้าย หลังจากนั้นก็ไม่มีข้อความโพสอีกเลย  ผมว่าดีน๊ะครับที่น้องๆ เขาได้ออกแรงใช้สติร่วมตัดสินสังคมกัน ว่าใครผิดใครถูก   แต่ที่แน่ๆก็ทำให้รู้ว่า ใครมีสติปัญหาที่ดีในด้านความคิด หรือใครไม่มีเลยแกว่งกวนสังคมไปวันๆ   


สนุกๆ
ก้องกิดากร

เสรีภาพของพวกเขาทั้งหลายต้องตัดสินกันด้วยสงคราม

Written By Unknown on 3/7/56 | 16:34

เสรีภาพใช้สงครามตัดสิน


 “อีบุ๊ค” (e-book, e-Book, eBook, EBook,) เป็นคำภาษาต่างประเทศ ย่อมาจากคำว่า electronic bookหมายถึง หนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์มีลักษณะเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูลที่สามารถอ่านเอกสารผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งในระบบออฟไลน์และออนไลน์

ที่กล่าวถึง เจ้าหนังสือ อิเล็กทรอนิค ไฮโซ ก็เพราะว่า ไปเจอประกาศขายหนังสือvอนไลน์อยู่เล่มหนึ่งแล้วชอบมาก   เป็นหนังสือเกี่ยวกับการเปิดโปงแผนการทำลาย อเมริกา และความวุ่นวายทางการเมืองของเขา หนังสือมีคำถามต่างๆนาๆ  ทำไมอย่างนู้น ทำไมอย่างนี้  ประธานธิบดี คนนั้นอนุรักษณ์นิยมหรือเปล่า ซึ่งเนื้อหาตรงตามที่ผมอยากจะนำมาถ่ายทอด ในบล็อก ผู้ช่วยผู้ตัดสินอยู่แล้ว   แต่ไอ้เจ้า อีบุ๊คทำให้ผมงง อยู่นานกว่าจะได้อ่าน 


ยังไงลองเข้าไปซื้อออนไลท์อ่านดูน๊ะครับ ไม่แพงมากเท่าไหร่ แล้วคุณจะอึ้ง!
How Is Your Liberty Doing?
This eBook will shock you and reveal secret truths about the “how’s and whys” of Washington.

ทำไมสังคมมักมองว่า นักการเมืองมักหิวข้าวหลังประชุม

Written By Unknown on 2/7/56 | 15:22

ประชุมการเมือง

ความขัดแย้งมัันลุกลามขึ้นไปทุกที  ไม่เว้นแม้กระทั่งครอบครัวของคนเป็นข้าราชการ
เมื่อวานก่อนน้องชายที่รับราชการอยู่จังหวัดภูเก็ต  โทรมาเล่าให้ผมฟังว่าข้างบ้านมัน  เขาจะตีกันตายเรื่องการเลือกที่จะใส่เสื้อ    ผม งง แล้วจะมาเล่าให้ผมฟังทำไมผมไม่อยากรู้   น้องผมมันบังคับให้ผมฟังให้จบเพื่อเป็นอุทาหรคอยยับยั้ง พ่อ กับ แม่ ของผมที่เข้าข้างฝักใฝ่ พรรคการเมืองพรรคหนึ่งอย่างไม่ฟังเหตุผลของอีกฝ่าย    ถ้าภาษาชาวบ้านเขาเรียกเข้าข้างกันอย่างไม่ลืมหูลืมตา    เหตุการณ์จากเรื่องโครงการรับจำนำข้าวทำให้เพื่อนบ้านทั้งสองบ้านที่อยู่ติดกันมีปากเสียงและเกือบใช้อาวุธทำร้ายกันเดือดร้อนผู้บังคับบัญชาต้องมาใตร่สวน   เวรกรรมครับผู้บังคับบัญชาเขาก็มีพรรคในดวงใจที่ฝักใฝ่จนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นเหมือนกัน   ถึงแม้ว่าการตัดสินอย่างยุติธรรมเป็นหัวใจสำคัญของคนเป็นผู้บังคับบัญชาก็ตาม   เดี๋ยวนี้มันถึงขั้นนี้แล้วหรือ    การตัดสินปัญหาจึงจบลงอย่างรวดเร็ว


จริงหรือไม่ที่สังคมมักนินทานักการเมืองว่าท่านเป็นพวกชอบเล่นละคร  หลักจากประชุมด่าทอกัน ฉอดๆ คำพูดรุนแรงถึงขนาดผู้ชมทางบ้านเขามีอารมณ์โมโหโกรธแทนท่าน  ด่า เฮีย ด่าสัตย์  สนับสนุนพรรคการเมืองที่ตนเองชอบ  เขาใส่อารมณ์ถึงขีดสุด เพื่อสนับสนุนพวกท่าน  ท่านที่มีเกียติทั้งหลายท่านทราบหรือไม่ว่า   ประชาชนรากหญ้าที่ไม่ได้ให้การสนับสนุนพวกท่านเพราะท่านอยู่คนละพรรคในดวงใจของเขาเขาใช้สรรพนามเรียกแทนท่านว่าอย่างไร     และเขายังนินทาอีกว่าหลังจากเลิกประชุมพวกท่านมีนัดหมายทานข้าวด้วยกันหรือเปล่า   ท่านคงไม่แยแสเรื่องเล็กๆพวกนี้หรอกใช่ไหมครับ 

รายการต่างๆที่แพร่ภาำพทางช่องโทรทัศน์ท้องถิ่น เคเบิล  เป็นรายการช่องเฉพาะเจอะจงสนับสนุนพรรคการเมืองแต่ละฝ่าย  เนื้อหาภาษาช่างเข้มข้นซะเหลือเกินเห็นภาพชัดเจน คารมคมเฉียบเหมือนใบมีดโกน สาดใส่กันไปใส่กันมา ทีอย่างนี้ทำไมไม่เห็นเกิดการฟ้องร้องกันบ้างครับ  ส่วนผู้ชมก็เป็นนักเสพที่ดีซะด้วยเสพจนเหมือนตนเองนั่งอยู่ในสภา  แล้วการเสียดสีสาดโคลนใส่กันใครจะตัดสินได้บ้างว่า เขานำเสนอความจริง100%     แต่ก็น่าเชื่อถือดีเพราะแต่ละท่าน จบสูงเสียดฟ้า เป็นนักวิชาการที่โดดเด่น จิตวิทยาดีเยี่ยม    แต่อยากให้แต่ละรายการโปรดช่วยหาวิธีลดความขัดแย้งเพื่อช่วยเตือนสติท่านผู้ชมที่ติดตามรายการของท่านบ้าง ท่านรู้ไหมเขาอินเนอร์ กับบทบาทของพรรคที่ท่านสนับสนุน เข้าเส้นเลือดดำ  เขาพร้อมจะแตกหัก กับมนุษย์หน้าไหนก็แล้วแต่ที่มา สบประมาทพวกท่าน   ขอร้องเถอะครับสอดแทรกแนวคิดเพื่อยับยั้งความรุนแรงที่เกิดการนำเสนอของพวกท่านที    ก่อนที่อะไรก็ตามจะลุกลามใหญ่โตจนประเทศลุกเป็นไฟ จากการนำเสนอเรื่องที่ท่านคิดว่าจริงในมุมมองของท่าน  ส่วมผมดูทุกช่องทุกสื่อแต่ผมไม่กล้าที่จะเก็บเรื่องที่พวกท่านนำเสนอมาเล่าบอกลูกบอกหลานได้ เพราะผมไม่รู้ว่าอันไหนจริงอันไหนเท็จ .......


พฤติกรรม ฉี่ ของหนุ่มๆ บอกถึงบุคลิก

ประชาธิปไตยอยู่ในกำมือของเด็กๆในอนาคตน่ะครับท่านทั้งหลาย


สรุปสังคมมักมองและแยกเยะพฤติกรรมฝ่ายตรงข้ามที่เขาสนับสนุนอยู่ดังนี้

1.ชอบใส่เสื้อสี..... แม่งโง่งมงายเพ้อฝันสมองฝ่อ
2.ชอบใส่เสื้อสี......แม่งควายพวกเอาแต่ประโยชน์ส่วนตน
3.ไม่ชอบใส่เสื้อสีอะไรเลย เป็นกลางแม่งไม่มีประชาธิปไตยในหัวใจ ไม่มีความคิดไม่มีส่วนร่วมกับสังคม


เอาล่ะก็ว่ากันไป  อีกหน่อยคงต้องพึ่งคำว่าจริยธรรมให้มากมากหน่อยเพราะอาจเป็นคำที่สามารถตัดสินปัญหาต่างๆได้


เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย .....


มุมมอง:ก้องกิดากร (มุมมองส่วนตัว)
ผิดพลาดประการใดข้าน้อยขอคาราวะ

ซ้อมทหารใหม่ 100%คิดว่าคือการรังแกหรือเปล่า

Written By Unknown on 28/6/56 | 11:57



คลิปทหารถูกซ้อมกำลังดัง

ในฐานะที่ผมเป็นลูกทหารเกิดและเติบโตในรั้วลวดหนาม  วันนี้จึงอยากจะมาเป็นผู้ช่วยผู้ตัดสินเขียนบทความในบล็อกนี้ซักหน่อย  ลูกทหารเขาอยู่กันอย่างไร  ด้วยความที่เป็นลูกทหารจึงมีแนวคิดที่จะเขียนบล็อกสะท้อนเรื่องราวและมิตรภาพในวัยเยาว์ของพวกเรา  นั่นก็เป็นอีกผลงานที่ผมอยากจะถ่ายทอดถึงมิตรภาพของสังคมทหาร  และให้สังคม มองทหารในแง่บวกเพิ่มมากขึ้น จึงเขียนบล็อกลูกทหารเขาอยู่กันอย่างไรขึ้นมา แต่บล็อกมิตรภาพของผมอาจถูกมองข้ามเพราะการกระทำของครูฝึกในคลิปนี้และมองว่าลูกทหาร หรือพ่อทหารก็แล้วแต่  อาจจะมีพฤติกรรมชอบรังแกอย่างคลิปนี้ก็เป็นได้

หลายๆบทความเขามักจะยกคำพูดที่ว่า  ''สังคมใช้อะไรในการตัดสินความยุติธรรม''  ผมอ่านคำนี้แล้ว ผมตีความส่วนตัวว่าผมก็สามารถตัดสินสังคมได้เหมือนกัน  ผู้อ่านบทความนี้ก็สามารถตัดสินสังคมได้เหมือนกันกับผม  แต่ผมกลับมองว่า อย่าอ้างอิงความคิดของตัวเองซะเกินกว่าเหตุจนไม่ฟังชาวบ้านเขาจะคิดเห็นอย่างไร เพราะบางครั้ง ถูกสำหรับเรา แต่อีกหลายล้านคนมองว่าไม่ถูกสำหรับเขา  ส่วนเสริมที่สำคัญคือคิดต่างแต่ไม่แตกแยกเป็นพอ

จากคลิปนี้มองยังไง คนทั้งหลายที่ลุมซ้อม  อาจจะเป็นรุ่นพี่ทหารใหม่ด้วยกัน  หรืออาจจะเป็น หมู่  จ่า หรือยศอะไรก็แล้วแต่ ช่างใจหมาซะเหลือเกิน  ลุมซ่อมทหารใหม่ ทั้งเตะกระทืบต่อย  ออกลีลาแม่ไม้มวยไทยอย่างเมามันที่ดูจะโลกจิตไปหน่อย เขาถ่ายคลิปไว้ทำไม 
  
แต่เรื่องจริงที่ว่า  ทำไมผมดูคลิปพวกนี้แล้วผมรู้สึกสะเทือนอารมณ์เพียงครึ่งหนึ่งของจิตใจเท่านั้นอีกครึ่งหนึ่งผมเอาไปไว้ไหน  ก่อนจะเขียนพยายามมองให้เกิดอารมณ์สมเพษทหารกลุ่มนี้อยู่แต่ก็ไม่เต็มร้อย หรือว่าผมเป็นคนใจหมาไปซะแล้ว  หรือเอาอารมณ์ส่วนที่เหลือไปนึกภาพในอดีตที่เคยเห็นของจริงๆมาแล้ว  สมัยเด็กๆมีการซ่อมทหารที่ไหนผมกับพวกไม่รีรอที่จะรีบคว้าจักรยานคู่ใจ เพื่อรีบไปตีตั๋วเข้าชมรายการโชว์แสดงสด  สมัยนั้นการถ่ายคลิปยังไม่เป็นที่รู้จักไม่งั้นผมเอามาเผยแพร่ให้ชม ว่าทหารในค่ายทหารที่ผมอยู่เขาซ่อมทหารกันอย่างไร  ขอยกตัวอย่างที่ผมเห็นมาด้วย 2 ลูกกระตาของผมน่ะครับ

ทหารถูกซ้อม
1. เรื่อง -ทหารหนีเที่ยวกลางดึก
ลักษณะการทำโทษ- แก้ผ้าเหลือแต่กางเกงใน ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ผลัดกันตบหน้าเพื่อน วนจาก  ซ้ายไปขวาวนจนกว่าจะพอใจ หรือมองดูแล้วว่าไม่ไหว  ถือว่าแต่ละคนบาดเจ็บไปไม่น้อยด้วยน้ำมือของเพื่อนที่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี้เพิ่งจะมีความสุขออกย่ำราตรีมาด้วยกัน หนีเที่ยวครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่าหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไปด้วยกันก็ให้ทำโทษกันเองอันนี้ถือว่าแก้ได้ถูกทางจริงๆ 

ซ่อมทหาร
2.เรื่องทหารแอบสูบบุหรี่

ลักษณะการทำโทษ กระทืบไม่ยั้งคล้ายๆคลิปด้านบน เรื่องนี้ผมเห็นเข้าโดยบังเอิญในระหว่างร่วมเล่นฟุตบอลกับทหารใหม่  มีทหารใหม่นายหนึ่งขออนุญาติครูฝึกไป ยิงกระต่าย ในพุ่มหญ้าข้างสนามบอลแต่แล้วควันสีหมอก ก็ไม่รอดพ้นสายตาครูฝึกจึงไปกระชากแขนพลทหารรายนี้มาำทำโทษ ด้วยสโลแกรนเก่าหรือจะสู้เก๋า  อยู่บ้านกูไม่เคยมีใครกล้ามากระชากแขนกูอย่างงี้ แล้วมึงเป็นใครจะมาลงโทษกู นักเลงพลทหารง้างหมัดหวังสวนหมัดตงไปที่หน้าของครูฝึก แต่แล้วหมัดยังไม่ทันถึงหน้าครูฝึก ก็มีพายุหมัดพายุแข้งสาดกลับไปที่พลทหารใจโตรายนั้น  ถือเป็นภาพที่ทารุณไม่น้อย 


แค่2เรื่องที่กล่าวมาสังคมใช้อะไรในการตัดสินครับ!   

อย่างนั้นผมขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับสังคม(เป็นวิจารณะญานส่วนตัวผมเองครับ)   ในฐานะที่ผมเคยอยู่ในสถานะการณ์จริง และในฐานะที่ผมเขียนบล็อก ''ผู้ช่วยผู้ตัดสินที่1'' และผมมองว่าปัญหาความขัดแย้งทารุณทางสังคม   ยังเป็นข้อกังขา    อย่างไรข้อมูลที่ให้ไว้คงใช้ประกอบการวิจารย์สังคมได้บ้าง



@ พ่อผม(ยศ.พ.ต) เคยบอกผมตอนเด็กๆว่า ทหารถ้าไม่เคารพกันหรือสั่งให้ทำนู่น ทำนี่แล้วไม่ทำ  หรือไม่เชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา  แล้วเวลาออกรบจริงๆผู้บังคับบัญชา สั่งให้เขายิงไปทางซ้าย  แต่ทหารที่ยิงไม่เชื่อฟังคำสั่ง ดื้นรั้นที่จะยิงไปทางขวาล่ะจะทำอย่างไร หรือบางครั้งต้องใช้คำว่าสั่งให้ไปตายก็ต้องไปก็ว่าได้   นี่และเขาเรียกการปกครองคน และต้องมีวิธีการฝึกฝนให้คนธรรมดาสามารถปกป้องประเทศได้ 

@ จ่าแก่ๆมักซ่อมทหารขาโจ๋ด้วยเหตุผล พล.ทหารบอก ไม่ค่อยเจ็บ  -แต่ พล.ทหารเจ็บแน่ ถ้าถูก สิบตรีจบใหม่ๆ ร้อนวิชาซ่อม  เพราะกำลังบ้าพลังและเก็บกด


@ถ้าเราเป็นพลทหาร เราจะทำผิดวินัยให้เขากระทืบเราไหม ดูจากคลิปต้องคิดให้หนัก


@ไม่เข้าใจ จะถ่ายคลิปไว้ทำไม แถมยังทำท่าโรคจิตมองกล้องอีก  เออๆ


@พล.ทหาร ร้อยละ 90% เมื่อปลดออกไปแล้วมักจะกลับมาเยี่ยมเยือนครูฝึกเอาข้าวเอาของมาฝากด้วยความคิดถึง  และต่อให้เจอครูฝึกที่ไหน  ไม่ว่าตลาดนัด  โรงหนัง  อาบอบนวด   ก็ใช้สรรพนามเรียกครูฝึกคนนั้นว่า  ครู  เสมอจริงๆ    แล้วอีก 10 % ไปไหน หาทางล้างแค้นครูอยู่หรือเปล่าหว่า 


@ลูกชาวบ้านไม่กล้าเป็นทหารกลัวถูกทารุณกลัวเหนือย - ลูกแม่ค้าในตลาดรีบสมัครเข้าเป็นทหารเพื่อใต่เต้ารับราชการ

@ลูกทหารมักให้เกียติเรียก พล.ทหาร ว่า อาทหาร  เพราะพ่อของเขาสั่งว่าต้องให้เกรียติเขาเท่าๆ กับพ่อ


@พล.ทหาร เหนื่อยไม่กี่สัปดา อีกหลายสัปดาที่เหลือ คือการแสดงออกความสามารถของคุณ


@ตอนฝึกไม่สามารถสูบบุหรี่ได้  แต่เข้ากองร้อยแล้วเซ็นต์บุหรี่สูบได้รับประกัน อดใจรอกันหน่อย


@ลูกทหาร มักไม่ถูกกับ  นักเรียนทหารจบใหม่ทุกรุ่น


@โปรดระวังไว้ คดีที่จะถูกซ่อมหนักที่สุด ของการเป็น พล.ทหาร คือการหนีทหาร ครับ



ขอถ่ายทอดเรื่องราว และประสบการณ์เพียงเท่านี้ครับ  บทความนี้รับรองได้ว่าเขียนออกมาจาก ความเคยชินกับเหตุการณ์ถึงแม้จะเป็นเรื่องของการฝึกวินัย  หรือการปกครองคนก็แล้วแต่  แต่การทารุณ หรือการทำเกินกว่าเหตุก็ยังมีให้เห็นอยู่อย่างไม่ค่อยจะดูดีมากนักกับแวดวงทหารอย่างต่อเนื่อง  หยุดเถอะครับ ซ้อมด้วยอารมณ์ หรือใช้อำนาจในการทำโทษที่เกินกว่าเหตุ  ผมยังอยากให้สถาบันทหารที่ผมใช้ชีวิตอยู่ยังคงไว้ด้วยเกียติและทัศนะคติที่ดีงานในสายตาของสังคม  

บางทีลูกทหารคนที่กำลังเขียนบทความนี้  อาจจะรู้ดีก็ได้ว่า หมู่ ทำเกินกว่าเหตุหรือเปล่า  หากยังคิดไม่ออก หรือหยุดพฤติกรรม ถ่ายคลิปเหมือนโลกจิตไม่ได้    ระวังไวรัสสายพันธ์ใหม่มันชื่อว่าไวรัส คนใจหมา  จะเข้าไปแพร่เชื้อในหัวใจคุณ


พันอวกาศเอก
ก้องกิดากร





หมา-เพื่อนบ้าน

Written By Unknown on 15/6/56 | 12:59

บล็อกคนใจหมา


เรื่องหมาๆ กับเพื่อนบ้าน

เขาบอกว่าการเลือกซื้อบ้าน ทาว์เฮาท์  จะต้องดูถนนหน้าบ้านต้อง


กว้างขวาง กลับรถสะดวก จอดรถได้สะบาย แล้วจะไม่มีปัญหากับคน
ข้างบ้าน  นั่นเป็นสิ่งที่ผมยึดมั่นและเชื่อฟังคำพูดนี้มาตลอด    น่าลำบากสำหรับการเลือกซื้อทาว์เฮาท์ ที่ติดกันเป็นพรวนไม่ต่างอะไรกับห้องแถว   รูปลักษณ์ดูสวยงาม  แต่ลองวิ่งขึ้นลงบรรไดสิ สะเทือนไป 3 บ้าน 8 บ้าน  อีกอย่างหากคุณเลือกซื้อบ้านลักษณะนี้  สิ่งต่อไปที่คุณจะต้องมีคือสังคมใหม่   ผมไม่ชอบเล่นการพนันน๊ะครับ แต่ผมต่อให้เลย 100 บาท ผมเิอาบาทเดียว   ไม่ช้าไม่นานคุณจะต้องมีปัญหาอะไรสังอย่างมากวนใจคุณแน่นอน!


บังเอิญบ้านเทาว์เฮาท์ ที่ผมมาซื้ออยุ่  ตรงกันข้ามเป็นญาติพี่น้องกันเอง ทำให้การเริ่มหรือก่อตั้งสังคมใหม่เป็นไปอย่างง่ายดาย   ที่ติดกันกับบ้านของผม  เป็นข้าราชการ เกษียนอายุ อาศัยอยู่กับ ภรรยา ไม่มีลูก มีหลาน  มีเพียงสุนัขโกลเด้น  อาศัยอยู่ด้วยให้แกคลายเหงา   บ้านของคุณลุงกับบ้านผม  เราถือเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน  เนื่องจากพ่อของผมก็เกษียนอายุมาซื้อบ้านอยู่เหมือนกัน   และที่สำคัญเราเลี้ยงสุนัขเหมือนกันพันธุ์เดียวกัน   สุนัขของผมถูกฝึกการรับฟังคำสั่งมาเป็นอย่างดีโดยทหารที่มีทักษะในการฝึก   ผมจึงปล่อยมันเข้านอกออกในบ้านโดยไม่จำเป็นต้องกักขัง    ส่วนบ้านของคุณลุงข้างๆแกดีใจที่มีเพื่อนบ้านที่รักสัตว์เหมือนกันมาอยู่ใกล้ๆกัน    จะได้ไม่มีปัญหาหรือการรังเกียจเหยียดชนชั้นมนุษย์  ชนชั้นสัตว์  



แต่แล้วเรื่องราวที่เกิดขึ้น เกิดจากความชล่าใจ  ความไม่เกรงใจกัน ความไม่เคารพซึ่งกันและกัน เพียงเพราะคำว่าสนิทสนมกันแล้ว     พฤติกรรมของลุงเปลี่ยนไป   จากที่เคยใช้สายคล้องจูงสุนัขของแก  ออกไปปดปล่อยระบายของเสียที่สุนัขของแกกินเข้าไป  เรียกง่ายๆว่าจูงหมาไปขี้ไปเยี่ยวนั่นแหละ  แกเริ่มไม่ทำ  ปล่อยให้สุนัขเที่ยววิ่งไปขับถ่ายบ้านอื่น  เมื่อเวลาเพื่อนบ้านมาร้องเรียนแก แกใช้คำง่ายๆ ห้วนๆ ตอบกับเพื่อนบ้านไปอย่างไม่อายปากตัวเอง   แกบอกว่า"หมามันมีตั้งหลายตัว  แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเป็นหมาของฉัน''    อืมๆ  ตอบได้ใจจริงๆลุง เพื่อนบ้านชักเริ่มเอือมละอาพฤติกรรมคำพูดของแก   แกคงมองว่าตัวเองเป็นข้าราชการมาก่อน แกมักตอบอะไรแบบฉลาดๆ  พ้นตัวแกตลอด  และด้วยตำแหน่งและศักดิ์ศรีของแกเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านอยู่ด้วยในตอนนั้น     แต่ก็อย่างว่าเรื่องของใครเรื่องของมันผมไม่ได้อยากไปยุ่ง      


เหตุการณ์ก็ยังเป็นในลักษณะเดิมๆ   สุดท้ายมีการคัดเลือกแกออกจาก คณะกรรมการหมู่บ้าน เสียงตำหนิติฉินนินทาแกเริ่มหนาหู คงไม่ใช่แค่เรื่องขี้หมาของแกเป็นแน่  แกเริ่มเป็นคนเก็บตัว  คำพูดคำจาโอ้อวดยกตนข่มท่าน  เริ่มจางๆลง  แกชวบมาเล่าให้ผมฟังอยู่เรื่อยๆ  แกบอกชาวบ้านพวกนี้ไม่รู้อะไร  ไม่รู้จักการบริหารจัดการ   ลุงทำงานเพื่อหมู่บ้านไม่ได้เงินอะไรเลยซักแดงเดียว   ...ผมก็เออออห่อหมกไปตามแก



ถึงคราวเราบ้าง........ สุนัขของแกก็ยังป้วนเปี้ยนเดินเข้าออกบ้านผมเป็นปรกติ  บางครั้งคาบรองเท้าที่บ้านผมกับบ้านมัน  แล้วมันก็ไม่ยอมปล่อยออกจากปากของมันสะด้วย    วันดีคืนดีมายุ่งกับชามข้าว ไอ้ทาโร่หมาของผม  เป็นอันกัดกันเลือดสาดทุกที  ผมเริ่มรำคาญ สุนัขของแกมากขึ้นทุกวัน  แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนบ้านสัมพันธไมยตรีต้องมาก่อนเรื่อง หมาๆๆ แมว  สุดท้ายเหตุการณ์ที่เป็นจุดคลายแม็กซ์  และสิ้นสุดสัมพันธภาพที่ดีงามของบ้านผมกับเขาต้องจบลง   จบลงด้วยการสูญเสีย แม่แมวเปอร์เซียที่ผมเลี้ยงไว้  ออกลูกมา4 ตัว  แม่ของมันหวงลูกของมันมาก เวลาหมาของลุงเข้ามาในบ้านทีไร   แม่แมวจะรีบเข้าไปขู่ใช้กงเล็บตวัดตบหวังจะให้ไอ้หมาตัวนั้นออกไปจากอนาเขต    ผมเริ่มเห็นความไม่ปลอดภัยของลูกแมวผมๆจึงสั่งทุกคนเวลาออกจากบ้าน  ให้ปิดประตูบ้านเสมอเพื่อไม่ให้มันเข้ามาในบ้าน   จะได้แก้ปัญหาเรื่องรองเท้าหายด้วยไปในตัว  หรือมากัดกับเจ้าทาโร่หมาของผมอีก             แต่อาจเป็นความประหมาดของผม คืนนั้นผมนำลูกแมว 2 ตัวออกมาอุ้มเล่นและทำความสะอาดให้มัน  เหมือนเดิมมาของลุงแกมาเยี่ยมบ้านผมอีกแล้ว  มันก็เข้ามาดมๆ  คาบรองเท้าของผมไปเหมือนเดิม  วันนี้มันไม่คาบรองเท้าอย่างเดียว  ในระหว่างที่ผมเผลอมันคาบคอลูกแมวของผมไปต่อหน้าต่อตา  เสียงลูกแมวร้องด้วยความเจ็บปวด




ผม              ''ลุงๆ  หมาลุงคาบแมวผมไปแล้ว''

ลุง                "จูดี้ปล่อยลูกไม่เอาลูก''

ผม               ''ลุงหาทางเอามันออกมาให้ได้ ช้ากว่านี้ตายแน่''

ลุง               ''มันไม่ปล่อย จะให้ผมทำอย่างไร  หมามันฟันคมจะตายงับแล้วปล่อยยาก''

                      
                    เจ็บปวดกับคำพูดลุงจริงๆ  เอาอีกแล้วสัญชาตยานเดิมออกอีกแล้ว    พูดง่ายๆกระชับๆ  เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเอาล่ะวันนี้เป็นไงเป็นกัน  ขาดสบันมันไปเลย ไม่ต้องไปมีมิตรไมตรีกับมันอีกต่อไป   สุดท้ายลูกแมวก็ขาดใจตายในที่สุด  น้ำตาผมถึงกับไหลเสียงร้องโหยหวนของลูกแมวมันบาดใจผมจริงๆ    

พ่อผม       ''คุณๆ หมาของคุณที่คุณเลี้ยงไว้  ตกลงมันเป็นลูกคุณหรือเป็นหมาของคุณ  กูเห็นแม่งเรียกหมาว่าลูกๆอยู่นั่นแหละ                ตกลงมึงจะเอา ศพแมวออกจากปากมันได้หรือยังฮ่ะ''  พ่อผมแกเป็นคนรักแมวแกเริ่มมีน้ำโหอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ลุง            ''เดี๋ยวผู้พัน  มันยังไม่ยอมปล่อย ถ้าปล่อยแล้วผมจะเอาไปคืนให้''

พ่อผม      ''มึงไม่ต้องเอามาคืนล่ะไอ้ห่า  มึงเลี้ยงหมาแต่แพ้หมา แค่นี้มึงบังคับเอาออกจากปากมันไม่ได้มึงไม่ควรเลี้ยงมัน'''

ลุง             ''โถ่ผู้พันธ์ มันเป็นอุบัติเหตุ  ใครก็ไม่อยากให้มันเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมาหรอก''

พ่อผม       ''กูทนมานานล่ะ หมามึงวิ่งเข้านอกออกในบ้านกู กูก็ไม่เคยไล่แล้วมึงล่ะเคยมาไล่หมามึงบ้างไหมมึงก็ไม่เคย แล้วมึงไม่คิดว่าถ้ามึงเอาแมวออกจากปากมันได้ แล้วพาแมวไปหาหมอเผื่อรอดมึงคิดบ้างไหม''''



นั่นคือบทสรุปความบาดหมางที่ เกิดจากความประมาทของคน  การไม่รู้จักเกรง อกเกรงใจของคน  และสุดท้ายความใจหมาของคนก็มาเยือน  เรื่องนี้หมาไม่ผิดเชื่อผม  ผิดที่คนล้วนๆ การเอาใจใส่เพื่อนบ้าน หรือเอาใจเขามาใส่ใจเราเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงเมื่ออยู่ร่วมสังคมกับผู้อื่นผมว่าน๊ะ  ... 



โปรดลองวิเคราะห์เรื่องราวในแบบของคุณ
เพราะที่นี่บล้อก เขาใจหมาหรือว่าผมใจมด
ก้องกิดากร





-->

แท็กซี่ โกหก

Written By Unknown on 13/6/56 | 14:18


เจ็บใจแท็กซี่ คนดีแต่ขี้โกหก

โอ้ย! อ่านชื่อเรื่องก็ งง แล้วครับ  ผมเองก็ยังง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองเลย  ไม่รู้ว่าใครใจหมาใครใจมด  หาข้อสรุปไม่ได้อีกแล้ว  เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า  ครั้งหนึ่งที่ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับพ่อแม่ทะเลอะกันอย่างสร้างสรรค์  เรื่องนี้คือภาคต่อของเหตุการณ์ครับ   ย้อนความเดิมก็คือผมกับภรรยาทะเลอะกันอย่างรุนแรง  จนภรรยาต้องหอบหิ้วลูกน้อยตัวเล็กๆ หนีจาก อกพ่อไป  แท็กซี่ตัวการเป็นพาหนะพาลูกพาเมียผมหนีไป   !

ตอนนั้นก็เวลา ห้าทุ่มเศษๆ แล้วภรรยาผมยืนยัน ที่จะเอาลูกไปให้ห่างไกลจากผมซักพัก ในขณะนั้นผมยืนตกลงกับเธออยู่ริมถนน  พร้อมกับลูกน้อยในสภาพร่อนจ้อน ไม่มีผ้าขนหนูทำให้อุ่น ไม่มีนมเบาเทาอาการหิว แต่เจ้าลูกน้อยก็ยังทำตาแป๋วมองผมอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว  ทันใดนั้นเองมีเท็กซี่ คันสีฟ้าวิ่งผ่านเธอรีบเปิดประตูขึ้นรถ  เพื่อพยายามหนีผมไปให้ได้ในคืนนั้น  ผมตกใจมากๆในการตัดสินใจของเธอ  ความคิดที่ผุดขึ้นมาในสมอง เรื่องที่ใหญ่และต้องสกัดกั้นให้เร็วที่สุดคือ การหยุดรถแท็กซี่ ไม่ให้ล้อทั้งสี่เคลื่อนตัวออกไปไหน  ผมทำได้เพียงเคาะกระจกรถให้คนขัดแท็กซี่คันนั้นเปิดกระจก เพื่อผมจะอธิบายให้คนขับเข้าใจ  แต่เขาไม่มีทีท่าที่จะเปิด  จนวินมอร์เตอร์ไซด์รับจ้างหน้าปากซอยต้องเข้ามาช่วยผมเจรจา เพราะมอร์เตอร์ไซด์รับจ้างเห็นเหตุการณ์ เรื่องราวของผมกับภรรยาทั้งหมด  แท็กซี่ทำท่าทางไม่สนใจผมและหันไปมองหน้าภรรยาของผม และเริ่มที่จะเคลื่อนล้อทั้งสี่ ผมโมโหจนสุดขีด ใช้ฝ่ามือตบกระจกรถและต่อว่าคนขับแท็กซี่อย่างรุนแรง  พร้อมบอกเขาว่าถ้าเคลื่อนรถออกไปผมจะแจ้งความ  ทั้งขู่ทั้งขอความเห็นใจจากเขา ผมพยายามบอกให้เขาไปส่งภรรยาผมที่บ้านก่อน ให้เด็กได้ใส่เสื้อผ้า  และมีขวดนมติดไปด้วยยามหิวระหว่างทาง  แท็กซี่เห็นผมขวางทางไม่ยอมให้ไป  เขาทำสัญญลักษณ์มือบอกผมว่า เขาจะเอาเด็กกับผู้หญิงไปส่งสถานนีตำรวจใกล้บ้าน  เท่านั้นแหละครับอาการกังวลของผมค่อยๆหายไป  นึกใจใจอย่างมากก็ให้ภรรยากับลูกไม่ต้องเร่รอนไปไหนตอนดึกๆดื่นๆ  ส่วนเรื่องที่เหลือที่สถานนีตำรวจ ตำรวจเขาจะเอาต่อก็แล้วแต่เขาจะจัดการ  ผมค่อยๆขี่มอร์ไซด์ ตามหลังแท็กซี่ไปที่สถานนีตำรวจ  พอถึงผมเดินขึ้นไปโรงพักอย่างผ่อนคลายลงแต่ต้องตกใจขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อตำรวจแจ้งว่า ไม่มีรถแท็กซี่คันไหนมาส่งใครเลย  ผมเลยเล่าเรื่องราวให้หมดให้คุณตำรวจฟัง  ขนาดตำรวจยังไม่สามารถคัดสินเรื่องราวได้เขาเลยให้บันทึกประจำวันไว้  แต่สุดท้ายภรรยาและลูกของผมปลอดภัยดี
-->


ถ้าคุณเป็นคนขับแท็กซี่ คุณจะเลือกทำแบบไหน
1.ส่งสถานนีตำรวจ ให้สามีภรรยาตกลงกันที่โรงพัก ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวหรือพาไปส่งที่อื่น

2. พาไปส่งตามที่ผู้โดยสารร้องขอ โดยไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องที่เกิดขึ้น


สุดท้ายยังโชคดี ที่เจอคนดี แต่ขี้โกหก


สุดยอดสปิริต คนไทย

Written By Unknown on 12/6/56 | 11:07

สุดยอดสปิริตแฟนสักหลาดโลกร่วมชื่นชมแทมมี่


แฟนเทนนิสทั่วโลกชื่นชม แทมมี่ น้ำใจงาม ชูเป็นนักหวดตัวอย่างของโลก หลังได้แสดงสปิริตลุกขึ้นมาแย้งคำตัดสินของกรรมการในสนามระหว่างแข่งรอบคัดเลือก นัดแรก กับ อัลล่า คูดร์ยาฟเซว่า ในศึก เอกอน คลาสสิค
สุดยอดสปิริตแฟนสักหลาดโลกร่วมชื่นชมแทมมี่
เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. “แทมมี่” แทมมารีน ธนสุกาณน์ นักหวดหญิงขวัญใจชาวไทยเผยไม่รู้สึกเสียใจหลังต้องฝ่ายตกรอบศึกเทนนิสรายการเอกอน คลาสสิก 2013″ที่สนามหญ้า เมือง เบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ หลังแสดงความมีน้ำใจนักกีฬาด้วยการประท้วงคำตัดสินของกรรมการแม้ตัวเองจะได้เปรียญ ก่อนโดน อัลลา คูดร์ยาฟเซวา” นักเทนนิสสาวชาวรัสเซีย มืออันดับ 172 ของโลกพลิกตบเอาชนะไป
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวได้เกิดขึ้นในการแข่งขันรอบคัดเลือก เมื่อวันเสารที่ผ่านมา แทมมี่ที่มีโอกาสจะได้แมตช์พอยต์ในเซตที่ เพื่อคว้าชัยในแมตช์นี้หลังชนะมาในเซตแรก 6-4 ได้แสดงความซื่อสัตย์และมีน้ำใจนักกีฬา ด้วยการบอกกับผู้ตัดสินชี้ขาดข้างสนาม ว่าคะแนนที่ขานให้ตนนั้นควรเป็นคะแนนเสีย ทำให้กรรมการกลับคำตัดสิน ก่อนที่ คูดร์ยาฟเซวา จะพลิกแซงเอาชนะไปใน เซตหลัง 7-5 และ 6-3 ซึ่งหลังจบการแข่งขันนักเทนนิสสาวรัสเซียก็ได้ ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว แสดงความชื่นชมต่อน้ำใจนักกีฬาและความซื่อสัตย์ของนักหวดหญิงไทย
โดยตัวของแทมมีได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่ตนได้ทำลงไปนั้น แน่นอนว่าในการแข่งขันทุกคนก็อยากเป็นผู้ชนะ แต่ก็ต้องยอมรับว่าถ้าตนยอมรับในการตัดสินของกรรมการและผ่านเข้ารอบต่อไป ทั้งที่ในแต้มนั้นควรจะเป็นฝ่าย อัลล่า ที่น่าจะได้มากกว่า ตนอาจจะต้องรู้สึกผิดไปตลอดและคงไม่สบายใจและเข้ารอบไปอย่างมีข้อติดค้างในใจแน่นอน
นอกจากนี้ยังกล่าวว่า แม้ในแมตช์นี้ตนจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้างที่ตัวเองต้องเป็นฝ่ายแพ้ แต่ก็รู้สึกดีใจที่ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องและเชื่อว่านักเทนนิสส่วนใหญ่ที่ อยู่ในเหตุการณ์ก็ต้องทำเช่นเดียวกับตน พร้อมกันนี้ยังได้ยอมรับว่าคู่ต่อสู้ก็เล่นได้ดีและสาเหตุที่แพ้ก็เพราะตนไป เสียสมาธิกับการแข่งขันในบางช่วงไป

แทมมี่” แทมมารีน ธนสุกาณน์
ขณะเดียวกันในเว็บบอร์ด เทนนิส ฟอรั่ม” ของต่างประเทศได้มีแฟนๆนำเรื่องดังกล่าวไปโพสต์เป็นหัวข้อสนทนาว่า สุดยอดตัวอย่างของความมีน้ำใจนักกีฬา และมีผู้ใช้คนอื่นๆเข้ามาแสดงความชื่นชมสาวไทยกันอย่างมากมาย หนึ่งในกองเชียร์ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า แค่ แทมมี่ เดินมาจับมือเกมก็จบแล้ว แต่เธอก็ยังยอมเสียแต้ม ซึ่ง คูดราฟต์เซว่า ได้ตะโกนขอบคุณเธอเสียงดังมากๆ มันเป็นคะแนนที่ได้มาแบบแปลกๆ แต่มันก็สุดยอดจริงๆ ต้องขอคารวะแทมมี่จากใจ ถ้านี่คือหนึ่งในแมตช์สุดท้ายก่อนแขวนแร็กเกต ก็ถือว่าเธอปิดฉากอาชีพได้อย่างยิ่งใหญ่มาก
ที่มา: tlcthai

มาลบคำศัพย์แสลง คนใจหมา คนใจมด กัน

Written By Unknown on 9/6/56 | 12:42







เขาใจหมาหรือผมใจมด





ศัพย์แสลง



คำว่า "ใจหมา ใจมด" มันคือศัพย์แสลงคำหนึ่ง คำว่าศัพย์แสลงนักวิชาการหรือคุณครูภาษาไทยได้ยินเข้ารับประกันได้ว่าเป็นเรื่องแน่ๆ ทุกวันนี้เขาร่วมกันรณรงค์เรื่องภาษาของชาติกลัวจะวิบัติไปหมดซะก่อนหลายท่านว่าไว้อย่างงั้น ผมเคยถามกูรูหลายท่านว่าถ้าผมตั้งชื่อบล็อกที่ผมจะเขียนสะท้อนสังคมความขัดแย้ง เรื่อง''เขาใจหมา-หรือว่าผมใจมด'' แล้วให้กูรูลองวิเคราะห์ว่าอ่านชื่อเรื่องแล้วรู้สึกอยางไรกับบทความตามความเข้าใจของท่านกูรู กูรูหลายท่านสวดผมยับ ว่าไม่ควรเอาหมากับมดมาเกี่ยวเพราะเขาเป็นสัตว์ ที่เป็นเพื่อนกับมนุษย์ไม่ควรเอาเขามาดูหมิ่นหรือเปรียบเทียบกับใคร บ้างก็ว่าผมต้องเขียนเรื่องเข้าข้างตัวเองให้คู่ต่อสู้ในบทความของผมใจหมาเสมอ บางท่านเข้าใจความหมายคำว่าใจหมาใจมดเป็นอย่างดีอธิบายได้เป็นฉากๆ ท่านหนึ่งบอกว่าผมเปรียบเทียบยังไม่ดีหมาตัวใหญ่กว่ามดจะเอามาเปรียบเทียบกันได้อย่างไร. อย่างงี้ก็มีด้วยครับ
แต่ที่ชนะการโหวตโดนใจอันดับที่1 ท่านให้แง่คิดผมว่าแค่ท่านอ่านชื่อเรื่องท่านก็ไม่อยากอ่านต่อแล้ว เขาอธิบายเพิ่มว่า ศักดิ์ศรีการเปรียบเทียบมันยังต่างกันเกินไป เขายกตัวอย่างชื่อเรื่องให้ผมว่า ''หญิงร้าย ชายโฉด'' อะไรประมาณนี้ถึงจะสมน้ำสมเนื้อกัน ผมต้องขอขอบคุณ กูรู ทุกท่านที่ให้แง่คิดกับผม แต่ที่ผมเป็นห่วงที่กังวลที่สุด คือท่านกูรู นักอนุรักษ์สัตว์ ขอทำความเข้าใจน๊ะครับผมไม่ได้มีเจตนาที่จะดูหมิ่นเพื่อนสุนัขร่วมโลกของท่านแต่ประการใดครับ บ้านผมเลี้ยงสุนัข ไม่ใช่สิบ้านผมเรียกว่าเลี้ยงหมา ผมเลี้ยงหมา 5 ตัว แมวเปอร์เซีย 4 ตัว นก1ตัว ผมก็เป็นคนรักสัตว์ครับ หมาของผมดมกลิ่นเป็น สวัสดีได้ เชื่อฟังคำสั่งตลอดเวลาดื้อซนบ้างบางครั้ง ผมไม่เคยตีมันเลยจริงๆน่ะครับ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเป็นผู้คิดศัพย์แสลงคำนี้ขึ้นมาผมเพียงแค่เคยได้ยิน ได้ใช้คำเหล่านี้เลยเห็นว่าเนื่อหาของชื่อมันดีเท่านั้นเอง นี่ดีน๊ะครับที่ผมเป็นคนใจปรกติแต่ถ้าผมเป็นคนใจมดผมคงรับไม่ได้กับคำวิจารย์ที่กูรูร่วมวิเคราะห์และวิจารย์ ต่อว่าผมอย่างออกรสออกชาติ แต่ผมเชื่อว่าทุกท่านจริงใจ! ที่จะช่วยผมแก้ไขและให้แนวทางผมเสมอใช่ไหมครับ ขอบคุณมากครับ
แต่ในความหมายชื่อเรื่อง ''เขาใจหมา หรือว่าผมใจมด'' ที่ผมจะเขียนคือ
คนสองคนที่เกิดความขัดแย้งกัน ทะเลอะกัน แล้วหาข้อสรุปไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างโทษว่าคนอื่นผิด ตัวเองไม่ผิด แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนผิดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น หรือว่าผิดทั้งคู่ผมเลยสรุปตั้งชื่อเรื่องไปเลยว่า
''เขาใจหมา หรือว่าผมใจมด''
ใจหมา คือ ผายลมใส่หน้าเพื่อนก็ใจหมาแล้ว
ใจมด คือ ไอ้ขีปอด ขี้ขาด ขี้ใจน้อย พวกเห็นแก่ตัว
หลังจากที่อ่านบทความแล้วผมก็มีเจตนาที่จะให้ผู้อ่าน ตัดสินกรือวิเคราะห์ในแบบของผู้อ่านเองผมเชื่อว่ามันจะสร้างอุทาหรกับผู้อ่านได้แน่ๆ และถ้าผลดีที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อสังคมวงกว้าง ก็เป็นที่น่ายินดีเข้าไปใหญ่

วันนี้เพื่อไม่ให้มีศัพย์แสลงเต็มบ้านเต็มเมือง ผมเลยขอนำบทความของท่าน รศ. ดร.กุญชรี ค้าขาย
ซึ่งผมอ่านแล้วตรงประเด็นมากๆ มาเริ่มบทความกันเลยดีกว่าครับ
การบริหารความขัดแย้ง
Read more: http://www.novabizz.com/NovaAce/Relationship/Conflict_Management.htm#ixzz2Vh3PRW00
Read more: http://www.novabizz.com/NovaAce/Relationship/Conflict_Management.htm#ixzz2Vh3PRW00



ความหมายและประเภท


ความขัดแย้ง (conflict) หมายถึง เหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นเมื่อ เมื่อบุคคลหรือทีมมีความเห็นไม่สอดคล้องกัน ความขัดแย้งถือเป็นเหตุการณ์ธรรมดาที่เกิดขึ้นในการอยู่ร่วมกันหรือทำงานร่วมกัน คนโดยทั่วไปมักนึกถึงความขัดแย้งในเชิงทำลาย แต่เป็นที่ยอมรับกันว่าหากความขัดแย้งเกิดขึ้นในปริมาณที่พอเหมาะ ความขัดแย้งนั้นจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สร้างสรรค์


สาเหตุของการเกิดความขัดแย้ง










สุดท้ายบทความนี้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านจะเข้าใจความหมายของบทความที่ผมเขียนขึ้นมาบ้าง และหวังว่าบทความของอาจารย์จะทำให้ศัพย์แสลงน่ารังเกียจ ที่เป็นชื่อบล็อกของผม คงลดน้อยลงจากสังคมไทยแน่นอน










ก้องกิดากร


9/6/56

-->







พ่อ-แม่ทะเลอะได้ แต่ต้องสร้างสรรค์

Written By Unknown on 8/6/56 | 11:21

ทะเลอะแบบสร้างสรรค์
ความรุนแรงในครอบครัวจะสะท้อนภาพของปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ และเป็นปัญหาพื้นฐานของครอบครัวนั้นคือ "การทะเลาะเบาะแว้ง" หลายๆคนคงไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าไม่มีสามีภรรยาคู่ใดในโลกที่จะไม่ทะเลาะกัน มีแต่ว่าจะทะเลาะกันมากน้อยเพียงไรและรุนแรงแค่ไหนเท่านั้น ดั่งคำโบราณที่ว่าสามีภรรยานั้นเปรียบเสมือนลิ้นกับฟันที่ต้องมีการกระทบกันบ้างและบางครั้งการทะเลาะกันถูกเปรียบเสมือนกับการเติมสีสันให้กับชีวิตคู่ อย่างไรก็ตามความขัดแย้งเมื่อเกิดขึ้นแต่ละครั้งผลสุดท้ายมักจะตกอยู่กับทุกๆ คนในครอบครัว และที่ได้รับผลมากที่สุดคือที่ลูก ทั้งนี้ การทะเลาะดูเหมือนจะไม่สามารถที่จะเลี่ยงได้ แต่เราจะมีวิธีจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร เพื่อที่จะเปลี่ยนให้ผลจากเชิงลบมาเป็นผลเชิงบวก และสร้างสรรค์ "ทะเลาะอย่างไรให้สร้างสรรค์"
กับครอบครัว ลูกๆก็จะมีการเรียนรู้การที่พ่อแม่ทะเลาะกันโดยดูจากปฏิกิริยาที่พ่อแม่ทะเลาะกัน ดูน้ำเสียง ดูสีหน้าพ่อแม่ที่ทะเลาะกัน และเมื่อเขามองดู แล้วก็รู้สึกว่าปฏิกิริยาของพ่อแม่เปลี่ยนไป เขาจะตกใจพ่อแม่หลายคนขณะที่กำลังโกรธ มักจะหาคำพูดที่ไม่น่าพูด เช่น ไปหย่ากันเลย ทั้งที่ใจจริงลึกๆไม่อยากเป็นอย่างนั้น แต่เป็นเพราะอารมณ์พาไป ภาพจาก www.blogspot.com พญ. วินัดดา ปิยะศิลป์ จิตแพทย์เด็ก สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินีได้แยกระดับความรุนแรงกรณีพ่อแม่มีความเห็นขัดแย้งกัน แบ่งได้ ๓ ระดับคือ 1.ความขัดแย้งในชีวิตประจำวัน คือการขัดแย้งกันในเรื่องไม่น่าจะเป็นเรื่อง เรื่องหยุมหยิมเล็กน้อย เช่น สามีอยากเปิดหน้าต่าง ภรรยาไม่อยากเปิด เรื่องเล็ก ๆน้อยแบบนี้ปกติพ่อแม่มักจะแสดงออกเลย


ซินามิเมืองไทย

Written By Unknown on 21/5/56 | 13:30


เพิ่งจะรู้ว่าเมืองไทยมี ซินามิน้ำจืด

กล่าวถึงรายการทางโทรทัศน์ หรือละครทีวีหลังข่าว หรือไม่พ้นแม้กระทั่งหนังการ์ตูน หากมองดีๆแล้วมันมักจะแฝงข้อคิดหรือแง่มุมดีๆ  ที่สามารถนำมาปรับปรุงใช้ในชีวิตประจำวันได้  สำหรับที่เมืองไทยมีคำพูดหรือสุภาษิตเปรียบเทียบอยู่คำหนึ่งว่า    "ดูละครแล้วย้อนดูตัว"    ความหมายของมันสามารถแปลได้หลายความหมายแล้วแต่มุมมองและจินตนาการของแต่ละบุคคลที่จะคิดและวิเคราะห์คำๆนี้ออกมาในแนวทางใด  สุดท้ายถ้าถามว่าชอบรายการโทรทัศน์แบบไหน  ผมจะขอตอบว่าผมชอบรายการข่าวที่เผยแพร่ทางโทรทัศน์  ไม่ว่าจะคนเบื้องหน้าหรือคนเบื้องหลังที่ทำข่าวออกมาเสนอให้สาธารณะชนได้รับข้อมูล คือต้นแบบทางความคิดของผมเลยทีเดียว คำว่าต้นแบบที่ผมพร้อมจะเรียนรู้และฝึกฝนคือ ความรวดเร็วในการนำเสนอข่าว  ความรอบครอบในการนำเสนอ  ตีแผ่บทความอย่างตรงไปตรงมาให้ผู้รับข้อมูลได้รับทราบเรื่องจริงที่เกิดขึ้น   สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมต้องการเรียนรู้เพื่อนำมาปรับปรุงใช้ในการเขียนบทความในบล็อกเกอร์ของผม   

สำหรับเรื่องราวในวันนี้ที่ผมเขียน  ผมอยากจะตีแผ่เรื่องราวที่แปลกประหลาดหาดูได้ยาก ซึ่งรายการข่าวที่ผมได้รับข้อมูลของเรื่องราวเป็นช่องรายการข่าวที่ผมชื่นชอบ ติดตาม มาโดยตลอดเพราะผมถือว่าการถ่ายทอดของรายการข่าวช่องนี้ ชันเจนตุ กระชับ รับทราบข้อมูลข่าวได้อย่างละเอียดและที่สำคัญมักจะให้แง่คิดที่สามารถนำมาปรับปรุงใช้ในชีวิตประจำวันได้ดี  แต่ก่อนจะอ่านบทความนี้ ผมต้องขอบอกว่าบทความนี้คือความคิดเห็นของผม  ไม่เกี่ยวกับแหล่งข่าวที่ไหนทั้งนั้น  เพราะบล็อกของผมต้องการให้ผู้อ่านทุกท่านได้ร่วมวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ และนำมาปรับปรุงใช้ในชีวิตของตัวเองก็เท่านั้น


เรื่อง เพิ่งจะรู้ว่าเมืองไทยมี ซินามิน้ำจืด

เหตุการณ์ ซินามิ มาเยือนเมืองไทยที่คลองแสนแสบ เป็นที่กล่าวขานมากๆ คลิปวีดีโอ หรือยูทูป ว่อนอินเตอร์เน็ท   เป็นที่ช้ำอกช้ำใจของใครหลายๆคนที่ได้ชมภาพวีดีโอ หรือภาพข่าวสำนักต่างๆที่แผยเพร่
ออกสื่อ แต่หลายประเด็นของรายการข่าวก็ไม่ตรงกัน เพราะฉนั้นในบล็อกของผมอาจจะไม่ตรงกับใครบ้เหมือนกัน  

จากภาพ วีดีโอ ตอนคลื่นพัดถล่มที่รอขึ้นเรือของผู้โดยสารต้องขอบอกเลยว่า เบสิกใครเบสิกมันจริงๆ เบสิกดีกระโดดหลบได้พ้น สุดท้ายเรื่องจบลงตรงคำว่าขอโทษของบริษัทเดินเรือและยอมรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าวไปแล้ว   เป็นที่น่ายินดีของสังคมไทยที่มีผู้ออกมารับผิดชอบ  ส่วนประเด็นตามเว็บบอร์ดดังต่างๆเขาเอาไปถกเถียงกันเป็นว่าเล่น  จนคำหยาบคายที่พ่นผ่านน้ำลาย กระจายไปทั่วเว็บบอร์ด เว็บมาสเตอร์ตามลบแทบไม่หวาดไหว   สำหรับสภาพจิตใจของคนขับเรือคงจะเละเป็นโจ๊ก  

ก็เหมือนเคยสำหรับบล็อกของเราที่จะให้ผู้อ่านร่วมวิเคราะห์เรื่องราว  เพื่อจรรโลงสังคมกันต่อไป แต่สำหรับผมเรื่องนี้ผมมองประเด็นอยู่3ส่วน   ที่ไม่ต้องตีและวิเคราะห์อะไรเลยคือผู้โดยสารตกเป็นผู้เสียหายในระหว่างรอขึ้นเรือ  เขาได้รับความเดือดร้อนไปเต็มๆอยู่แล้ว เป็นผมๆก็คงโกรธจนควันออกหูแน่นอน   ประเด็ดที่ต้องคิดวิเคราะห์จึงตกไปที่คนขับเรือมากกว่า   ในวีดีโอผมอาจมองว่ามันคืออุบัติเหตุหรือเปล่า   หากมันคืออุบัติเหตุจริงสื่อโทรทัศน์ที่ผมชื่นชอบคงออกมายืนยันแล้วว่ามันคืออุบัติเหตุเขาจะต้องมีการสืบค้นแหล่งข้อมูลก่อนนำเสนอแน่นอน   หากมองถึงความประหมาดหรือความสับเพล่าของคนขับเรือรับรองได้ว่าสังคมคงยากที่จะปล่อยนิ่งเฉยโดยไม่จัดการอะไรเลย  หรือหากเป็นเรื่องของภูมิศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปในช่วงดังกล่าวทำให้เกิดอุบัติเหตุนั้นเราจะโทษใครดีล่ะ โทษดวงจันทร์ที่ทำให้น้ำขึ้นน้ำลงได้หรือเปล่า

ในบล็อกนี้ ผมจึงขอลองสรุปเรื่องราวว่า

1.หากเกิดจากความประมาทของคนขับ เขาใจก็สมควรรับผิดไป และต้องมีการปรับปรุงพนักงานขับเรือทั้งหมด

2.หากเกิดจากอุบัติเหตุ ผมจะสลัดความคิดด้านมืดของจิตใจออกไปจากใจผมให้หมด  เพื่อยุติเรื่องราวให้เหลือไว้เพียงปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข

3.หากเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ ผมไม่รู้ว่าผมจะเขียนอะไรเพิ่มเพราะผมไม่มีข้อมูล

4.ใจเขาใจเรานาๆจิตตัง หากผมเป็นผู้ประสบเหตุการณ์เองไม่แน่ผมคงอาจจะพลิกมุมมองเรื่องราวที่กำลังเขียนอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้  นี่และจิตใจคนอยากที่จะหยั่งรู้ ถึงจะเป็นจิตใจของตัวเราเองก็ตาม



แล้วคุณล่ะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้และได้ประโยชน์จากเรื่องนี้อย่างไร โปรดลองให้คะแนนดูครับ


สุดท้ายผมขอขอบคุณรายการข่าวทางทีวีทีี่ผมชื่นชอบ เพราะคุณได้ให้แนวคิดและแง่มุมดีๆกับผม


Just know that Thailand has far inland tsunami.

Mentioned TV. Or the TV news. Or even certain movies. If you look good, then it is often latent ideas or aspects of it. That can be used to improve everyday life. For Thailand, the city has a saying or proverb is the one that compares. "I go see theater," meaning it can have multiple meanings depending on the perspective and imagination of the individual to think and analyze this word out in any way. Finally, if that kind of like the TV show.I replied that I would like to broadcast on television news programs. Whether the foreground or the background to make the news out to the public to get information. The underlying idea of ​​me ever. The prototype that I was ready to learn and practice. The speed of the news. The round cover in the presentation. Straightforward article exposes the recipient to get information about what happened. This is what I want to learn to improve the writing in my blog.   

I wrote a story for today. I want to unfold the story, Wacky rare. The news I received information of the story is the news that my favorite track of the time because I assume the relay of the news channel slope Jane Tu team get news carefully and most importantly will make sense. that can be used to improve everyday well. But before you read this article. I must say that this is my opinion. Sources is not about them. I want readers of my blog, you have to analyze the problems. And to improve the lives of themselves, they only

I just know that Thailand has far inland tsunami.
City Konami event at Khlong visit to Thailand. Be the talk of many video clips or YouTube carded Internet. Chest pain is one of many heartbreaking to watch video. News Bureau that expand or prayer.
However, many issues out of the news media can not match. Therefore, in the blog, I probably will not match who are the same.  

Video of the attack that the tide of passengers waiting to board the ship must say that. One BASIC Basic, it really is. Basic good dive was acquitted. I ended the last word and I apologize to the shipping company responsible for such incidents already. Thailand is pleased to have come out of social responsibility. The issue by the Board and argued that he had to play. The words that pass saliva. Distributed throughout the Web.Webmaster by removing rarely Hwadahw. For the mental state of the driver would be responsible for the Joker.  

It's been like for our blog readers to analyze the story. To society as well. But for me, I look at this issue in three parts. And analyzes anything having to hit the victims while waiting for passengers to board. He has already suffered to the full. I was angry that I would definitely smoke out your ears. I unquestionably need to think critically so the boat driver to fall over. In the video, I could see that it was an accident or not. If it was a real accident on television, I would like to confirm that it was an accident, he would have to be searched before the data source is presented. If you look to the cloth or hunter hack open the driver's assurance that the society would be difficult to hide by not releasing handle anything. Or if it is a matter of geography changed during such accidents, we should not blame anyone better. Blame the moon tide or not.

In this blog, I would like to try to summarize the story.

First., If caused by the negligence of the driver. His mind to be liable. The driver needs to be updated all ships.

Two., If caused by an accident. I would throw the idea out of my mind the dark side of me out. To end the story, leaving only the problems that need early attention.

Three., If caused by a change in geography. I do not know what I write because I have no information.

Four. Thinks that we'll just mental. If I was not the event itself that I could flip the perspective the story is being written right now it is not. This, and the mind wants to comprehend. To be the spirit of our own time.



How about you think about this and how to benefit from it. Please try to see it.


Finally, I thank Usually my favorite TV news programs. Because you have given me great ideas and perspective.
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. เขาอยากให้คุณช่วยตัดสิน - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger