Headlines News :

ราชดำเนินในความหลัง

Latest Post

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความทางบ้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บทความทางบ้าน แสดงบทความทั้งหมด

เขาพระวิหาร เรื่องจริงคือของใคร ใช้อะไรตัดสิน

Written By Unknown on 30/6/56 | 10:30

เขาพระวิหาร

งงกับภูมิประเทศ เป็นหน้าผาสูงชัน บนสันปันน้ำ อันเป็นแนวเขตแดนทางธรรมชาติ ที่แทบทุกประเทศใช้เป็นเขตแดน อาทิเช่น แม่น้ำ แนวเขา เป็นต้น ทำให้ไม่อยากมองและไม่อยากรับรู้เรื่องราว ที่ทุเรศต่อสายตาเช่นนี้ ปราสาทอยู่บนสันเขา แต่กลายเป็นของเขมร ทางขึ้นก็ไม่มี แล้วก็จะมาเอาดินแดนหน้าปราสาทเพิ่ม

นั่นคือเสียงสะท้อน จากมุมมอง แฟนเพจ face book 

แฟนพันธุ์แท้เขาพระวิหาร


เมื่อวานก่อนผมพบเพจนี้เข้าโดยบังเอิญ  จึงลองเข้าไปดู



เข้าไปก็น่าสนใจดีมากๆครับ เป็นการถ่ายทอดมุมมองความคิดเห็น  รูปแบบเป็นเพจของนักวิชาการแน่นอน จหากใครสนใจเข้าไปศึกษา และร่วมเก็บข้อมูลได้ครับ


ขอขอบคุณ

แฟนพันธุ์แท้เขาพระวิหาร

สังคมใช้อะไรในการตัดสินเรื่องราว และการเรียกร้องความยุติธรรม

Written By Unknown on 24/6/56 | 14:46

ความยุติธรรม

เห็นข่าวนักสิทธิมนุษยชนออกมาโจมตีตำรวจทำเกินกว่าเหตุที่วิสามัญฆาตกรรม โจ๊ก ไผ่เขียว บ้างก็ว่าตำรวจต้องการฆ่าตัดตอนไหม บ้างก็ว่าตำรวจทำตามคำยุ สารพัดคำวิพากย์ ที่ไม่รู้ว่ามันเป็นตราชั่งที่ใช้อะไรในการตวงน้ำหนัก โจ๊ก ไผ่เขียว ยิงเด็กตาย ไม่มีใครออกมาเรียกร้องสิทธิให้เด็กบ้างหนอ ทำไมม่มีใครว่าโจ๊ก ไผ่เขียวทำเกินกว่าเหตุ กรณีนี้ผ่านไปยังแค่รู้สึกว่า อืม คงเป็นเพราะตำรวจหลายคนรุมกันยิงผู้ร้ายคนเดียว แต่ผู้ร้ายยิงเด็กด้วยตัวคนเดียว มันเลยดูเป็นอะไรที่สมน้ำสมเนื้อกันไม่น่าวิพากย์เท่ากรณีคนเป็นสิบรุมคนเดียว

มีกรณีตามมา เป็นข่าวรับปีใหม่ การสื่อสารทางอินเตอร์เนตทำให้คนทำร้ายกันได้ง่ายขึ้น ง่ายกว่าการไล่ฆ่าฟันของตำรวจกับผู้ร้ายเสียอีก ข่าวเด่นในอินเตอร์เนตคงหนีไม่พ้น คนในเว็บพันทิปรุมด่าน้องลิซซี่ว่าเป็นเด็กนิสัยแย่ แก่แดด แรด หลังจากด่าเด็กเสร็จ มีคนเอาคลิปไปโพสต์ คนก็รุมด่าแม่ของเด็กอีก โอว์พระเจ้า ด่าเด็กห้าขวบกันเอาเป็นเอาตาย พอมีคนแย้งก็หันไปด่าแม่ว่าบังคับลูกหากินกับลูก ทำร้ายลูก เป็นพ่อแม่รังแกฉัน ออกมาเรียกร้องสิทธิเด็กกันโครมคราม ว่าแม่เด็กไม่สมควรดันลูกแบบนั้นแบบนี้

สองกรณีนี้ อาจจะดูต่างกันมากมาย ในบริบทของสังคมและเรื่องราว แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบคือตัวเด็กทั้งสองกรณี แล้วทำไมคนเราถึงมองข้ามเหตุและผลตรงนี้ ทำไมเรามองข้ามข้อเท็จจริงนี้ไป หรือการเลือกตัดสินว่าสิ่งไหนผิดสิ่งไหนถูกมันไม่สมควรใช้เหตุผล มันสมควรใช้แต่อารมณ์ร่วม เอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง
กรณีน้องลิซซี่ คนที่หันมาด่าแม่เด็ก ว่าทำแบบนู้นแบบนี้ ทำให้ลูกเป็นเด็กนิสัยแย่ แล้วก็อ้างว่าที่ด่าไปเพราะต้องการให้น้องลิซซี่ได้ดี เพราะเป็นห่วงน้องลิซซี่ มันมีปมที่นางราตรีสงสัยนักหนาว่า คุณไปเกี่ยวอะไรกับครอบครัวเขา กรรมวิธีการเลี้ยงลูกของแต่ละครอบครัวมันวัดมาตรฐานกันได้ซะที่ไหน คุณเลี้ยงลูกคุณได้เลิศเลอเพอร์เฟ็คท์จนถึงขั้นกับมีสิทธิไปด่าคนอื่นเหรอ
ซ้ำร้ายบางคนอ้างว่าตัวเองเลี้ยงหมาดีกว่าที่แม่ของเด็กคนนี้เลี้ยงดูบุตรธิดาเสียอีก นางราตรียิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่าสมองส่วนหน้าของคนมันเพี้ยนกันไปแล้วเหรอ เขาถึงอุปโลกว่าหมาคือลูกของเขา หมาคือสิ่งมีชีวิตที่ต้องเลี้ยงด้วยกรรมวิธีเดียวกับเด็ก
พวกสิทธิหมามหาชนอย่าเพิ่งด่าข้าพเจ้าละคะ ข้าพเจ้าไม่ใช่คนเกลียดหมาอะไร ไม่ใช่คนชอบรังแกสัตว์ แต่เรามาพูดถึงการชั่งตวงข้อเท็จจริงกัน ว่าหมากับคนมันต่างกันนะ สิ่งที่คุณทำกับหมาคุณอาจจะว่ามันดี มันต้องเลี้ยงลูกให้ดีกว่าหมา แต่กรรมวิธีการสอนหมากับสอนคนมันต่างกัน สิ่งที่คุณสอนหมาคุณและมันได้ผลดีมันอาจจะไม่ได้ผลกับการสอนคนก็ได้
และหลายครั้งที่ดิฉันเถียงผู้คนและสังคมเสมอเวลาคนเขาด่าหรือเหยียบย่ำผู้ปกครองเด็ก หรือบางกรณีที่ผู้ปกครองเด็กทำตัวไม่ดีจนน่าถูกประณาม กรณีแอนนี่ กับฟิล์มรัฐภูมิ ดิฉันก็ว่าไว้แล้ว ว่าผู้ปกครองคือฮีโร่คนแรกของลูก
คุณหวังดีกับเด็กคนไหนคุณก็ควรจะแนะนำให้ผู้ปกครองเขาว่าสิ่งใดผิดสิ่งใดถูก ไม่ใช่ไปรุมด่าเขาจนจมดิน เพราะเด็กเขาคงไม่แฮปปี้หรอกที่มีคนไปด่าพ่อแม่เขา คุณจำได้ไหมตอนเป็นเด็กเวลาทะเลาะกัน คุณยืนอยู่บนพื้นสนาม เขียนวงกลมด้านละวงกับเพื่อนที่กำลังทะเลาะกันอยู่ แล้วร้องตะโกนเหยงๆ ท้ากันว่า "แน่จริงแกเหยียบหัวพ่อกูแม่กูดูสิ" ใครกล้าเหยียบก็เท่ากับกล้ากินกำปั้นเพื่อน พ่อแม่คือสิ่งที่เด็กทุกคนเทิดทูน
นางราตรีไม่บอกหรอกว่านิทานหน้าหนังสือพิมพ์ตอนนี้ใครผิดใครถูกยังไงอีท่าไหน เพราะมันก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์และทัศนคติอันโน้มเอียงของแต่ละคนอยู่แล้ว เพราะถ้าคุณใช้ข้อเท็จจริง และเหตุผลวิเคราะห์ ก่อนจะด่าใครสักนิด ก็คงไม่มีข่าวด่าตำรวจยิงผู้ร้ายว่าเกินกว่าเหตุ คงไม่มีข่าวด่าดาราเด็กว่าแก่แดด แรด
ดิฉันไม่ใช่คนรักตำรวจ ไม่ได้เทิดทูนข้าราชการไทย แต่กรณีที่เจ้าหน้าที่ทำตามหน้าที่แล้วก็มีคลิปวิดีโอให้เห็นจะแจ้ง ว่าไม่ได้แอบหลอกผู้ร้ายให้ยอมจำนนแล้วยิง ดิฉันถือว่าเขาปฏิบัติหน้าที่แล้ว ส่วนเรื่องที่จะเป็นการหักหลังสั่งเก็บกันหรือไม่นั้นมันนอกเหนือจากการปฏิบัติหน้าที่ในขณะนั้น
ดิฉันไม่ใช่พวกคลั่งดาราต้องออกมาแก้ต่างดาราที่ชื่นชอบ แต่กรณีการเลี้ยงลูก และอารมณ์เหวี่ยงวีนของเด็ก ๕ ขวบ ดิฉันถือเป็นเรื่องปกติ และสิทธิ์ของการเป็นแม่คน เขามีสิทธิ์ใช้วิจารณญาณในการอบรมสั่งสอนลูกตามแบบฉบับของเขาเอง ตราบใดที่เขาไม่ได้ลงมือทำร้ายเด็กจนทำให้เด็กขลาดกลัวอย่างเด่นชัด ฉันถือว่านั่นมันเป็นสิทธิของเขาที่ยังไม่ก้าวล้ำสิทธิเด็ก
แล้วคุณละ มีความเห็นยังไง ไม่ต้องตอบฉันหรอก เพราะฉันคิดว่าคุณก็มีทัศนคติของคุณเองที่ไม่ผิดไม่ถูก ฉันเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาก็แค่เขียนตามสิทธิของฉันที่อยากกระตุกความคิดของคุณให้คิดในมุมมองอื่นบ้างแค่นั้น
ไม่ต้องเห็นด้วย ไม่ได้ขัดแย้ง แค่อ่านแล้วได้ฉุกใจคิด แล้วปล่อยมันผ่านเลยไป นั่นก็เพียงพอแล้ว


เครดิตโดย นางราตรี


ออกเดท กับสาวอื่นที่ไม่ใช่แฟน

Written By Unknown on 22/6/56 | 12:55



มันเป็นเรื่องปรกติ  หรือ  ว่าเขาทำผิดอย่างมหันต์ 
(นำมาถ่ายทอดจากเรื่องจริง)

เสริม กับ ลี เดินออกจากอพาร์ทเม้น เพื่อหาอาหารรองท้องมื้อเช้าในวันหยุดสุดสัปดาห์  เขาทั้งคู่รู้จักและคบหาดูใจกันมา ปีเศษๆ   ความรักเขาทั้งคู่เหมือนจะแค่เริ่มผลิบานและเปร่งปรั่งตลอดเวลา  ด้วยวัยเพญจเพศ ทำให้ทั้งคู่ดูคึกคัก สดชื่นและมีความสุขในความรักมันคงเป็นช่วงที่  ถือว่าร่างกายและจิตใจพร้อมกับเรื่อง sex และ งานประจำที่ทั้งคู่ทำอยู่   วันนี้เสริมดูลุกลี้ลุกลนเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่ในใจของเขา   โทรศัพย์มือถือเปียกชุ่มไปด้วยเหงือ  แววตาดูเหม่อลอยพิกลๆ    ลีรับรู้อาการผิดปรกติของแฟนหนุ่มได้เป็นอย่างดีแต่พยายามนึกถึงสาเหตุของอาการนั้น   เสริมรอจังหวะให้ลีเผลอ ในความคิดของเขามุ่งตรงไปที่ตู้โทรศัพย์   

''ฮัลโหลๆ  ออยพี่เสริมน๊ะถึงบ้านปลอดภัยดีน๊ะ''  เสริมใช้น้ำเสียงแผ่วเบา อาการเหมือนคนรู้สุกผิดปะปนกับความห่วงหาอาทร

''ค่ะถึงบ้านปลอดภัยดี''  เสียงออยก็แผ่วเบาไม่แพ้กันทั้งคู่จบสนทนาสั้นๆ  แต่บ่งบอกถึงความไม่แน่ใจในความคิดของตััวเองเลยทั้ง 2 ฝ่าย   เสริมเล่าให้ผมฟังแบบนั้น   จริงๆแล้ว เสริมกับลี คือเพื่อนสนิทมากที่สุดเท่าที่ผมเคยมีมาเลยก็ว่าได้   ผมเห็นว่าเรื่องของเะื่อนผมมันพอจะเปรียบเทียบกับชื่อบล็อกนี้ได้  ผมได้ขออนุญาติกับเสริมแล้วว่าผมจะขอถ่ายทอดเรื่องราวของเขาทั้งคู่  ในบล็อก เขาใจหมาหรือว่าผมใจมด  แต่เขาขอให้เปลี่ยนชื่อของตัวละครสักหน่อย เผื่อคนในเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงๆมาอ่านเข้า

1ปีเศษๆ เสริมใช้ชีวิตวัยรุ่นของเขาอย่างคุ้มค่ากับคำว่าเกิดมาเป็นวัยรุ่นได้แค่ครั้งเดียว  แม้แต่ลี ยังไม่เคยล่วงรู้ถึงสถานที่ๆเขาไปในแต่ละค่ำคืน  หรือแม้กระทั่งเวลากลางวันก็ตาม ถ้าเสริมไม่ต้องการให้ลีรู้   ความไว้อกไว้ใจซึ่งกันและกันมากเกินไป กลับกลายเป็นผลร้ายของลี   หรือว่าไอ้เพื่อนเสริมของผมเหลี่ยมมันจัดกว่าชาวบ้านก็ไม่ทราบ  

สามเดือนก่อนที่เสริมกับลีจะคบหาดูใจกัน  เสริมทำงานในตำแหน่งฝ่ายจัดซื้อ  โดยที่มีผู้ถือหุ้นบริษัท  เป็นหัวหน้าเสริมอีกที  ด้วยการขยายสาขา ของโรงงานทำให้ผู้จัดการที่เป็นหัวหน้าของเสริมจำเป็นต้องหาลูกมือมาช่วยงาน และลดภาระให้เสริมซ่ะแล้ว    ส่วนผู้จัดการก็ไม่รีรอที่จะขยับเส้นขยับสายใช้กำลังภายในดึงหลานสาวแสนสวยเข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยของเสริม  เสริมบอกกับผมว่าน้องออยเป็นสาวสวย  แต่ออกจะขี้อายไปซักนิด  พื้นเพเป็นคนจังหวัด เชียงใหม่  ออยมีฐานะเป็นภรรยาของหลานชายผู้จัดการเจ้าของบริษัทนั่นเอง      เสริมเล่าให้ผมฟังแบบติดตลก   ''กูไม่เข้าใจเลยว๊ะ ทำไมคนเป็นหัวหน้าต้องนั่งโต๊ะข้างหลังลูกน้องด้วยว๊ะยิ่งลูกน้องสาวๆด้วยล่ะก็ มันก็มองก้นลูกน้องมันทั้งวันเลยน๊ะซิ'' 
ผมถามมันกลับไปว่าแล้วมึงมองก้นน้องเขาไหมล๊ะ เสริมพูดแบบเขินๆ''มองซิว๊ะไอ้ห่า''  

และแล้วเสริมกับออยก็เป็นคู่ดูโอ้ ในสายตาคนทั้งออฟฟิต   เขาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องส่วนตัวกันมากขึ้น   แม้พ้นแม้กระทั่งเรื่องของลีที่เสริมเพิ่งเริ่มจีบได้ 3 อาทิตย์ก็ตาม   ส่วนออยมักจะทำท่าโก๊ะๆ ดูไร้เดียงสา เธอเป็นคนชอบทำท่าเซ่อๆ  ซื่อบื้อๆ แต่แม่คุณเอ๋ยอย่าให้แอลกอฮอล์ใหล่ผ่านลำคอเรียวๆเธอเลย  เพลงแด็นซ์ฮิพฮอบที่ว่าท่าเจ๋งๆออยเต้นไม่แพ้มืออาชีพจริงๆ    ทำไมผมถึงกล้าพูด   ก็วันนั้นผมเป็นแขกรับเชิญจากเพื่อนๆที่ออฟฟิตของไอ้เสริมเพื่อนรักน๊ะซิ    โอ้แม่เจ้า!  ออยเธอไม่ธรรมดาจริงๆ   โก๊ะจริง ซื่อบื้อจริง  แต่รูปร่างหน้าตาจัดว่าแซ๊บเวอร์   ภาษาห่ามๆเขาเรียก นมเป็นนม  ตูดเป็นตูด  ผมยืนยันสาบานได้ว่าจริง   หลังจากที่ผมกับเสริมเล่าบรรยากาศคืนวันนั้นเราทั้งคู่ยังไม่อยากจะหุบยิ้มและคุยเรื่องอื่นกันต่อ  แต่ด้วยผมมีธุระด่วน และผมขี้เกียจปั้นน้ำเป็นตัวมานั่งปั้นเรื่องพิมพ์เองในบล็อกนี้ ผมจึงจำใจข้ามช๊อตประทับใจช๊อตนี้ไป  และนั่นเป็นครั้งเีดียวที่ผมได้เจอกับน้องออย     


เสริมเริ่มเล่าต่อตามคำขอของผม  ''มันแปลกๆตรงที่ว่าพักนี้ ออย ชอบตามกูว๊ะไปไหนมักจะขอไปด้วย วันก่อนกูจัดงานวันเกิดพี่ๆที่ออฟฟิตเขาก็พาไปปิดร้านคาราโอเกะร้องเพลงกัน''   ผมตอบกลับไปว่าเอ้าวันเกิดมึงน้องเขาไปก็ไม่เห็นแปลกมึึงเป็นหัวหน้าน้องเขาเขาไม่ไปนั่นซิแปลก  ''ไม่ใช่เรื่องนั้น! ออยเขาซื้อ ถุงเท้า กับกางเกงในเป็นของขวัญให้กูว๊ะ''
เออว๊ะผมก็ว่ามันดูแปลกๆ  แต่น้องเขาอาจจะติดตลกหรือทำเอาฮาไปอย่างนั้นผมว่าน๊ะ  สุดท้ายสามีของออยก็มารับออยที่อยู่ในอาการมึนเมากลับบ้านไป  



เวลาผ่าน เหตุึการณ์เปลี่ยนแปลงไปตามทาง ของ อารมณ์ชั่ววูป     หรือ อาการที่เขาเรียกว่า หลงผิด 

บรรดา เกจิ  กูรู  ฟันธง คอนเฟิม   ในออฟฟิตที่ตั้งตนเป็นผู้อยากทำนายทายทักความพันธ์ ของเสริมกับออย ภาษาชาวบ้านเรียก สอใส่เกือกเรื่องชาวบ้าน  หรือว่าเรื่องมันน่าสนใจที่จะเสือกจริงๆว๊ะ เอ่อแล้วแต่ความคิดใครความคิดมัน  รุ่นพี่บางรายก็มากระซิบบอกไอ้เสริมว่า ฟาดซะเลยเขาทอดสะพานให้ขนาดนี้มัวแต่ทำตัวเป็นพี่ชายที่แสนดีอยู่นั่นแหละ    ไม่จบแค่นั้นมีเจ้คนนึงกระซิบบอกกับเสริมว่าทำอะไรให้คิดดูดีๆ จะพาน้องออยเขาตกนรก  คุณเจ้คนนี้แหละหวังฟาด ช้างน้อยชินจัง  ของไอ้เสริมมาหลายครั้งแล้ว ผมมีที่มาของแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ 

 ผมว่าตอนที่เสริมกำลังถ่ายทอดเรื่องราว  น่าตาท่าทางเขายังอินกับบทบาทในอดีตที่เขาได้ร่วมแสดงเป็นพระเอกในครั้งนั้น  สิ่งที่เขาทำให้ผมรู้สึกได้ ว่าเสริมมันยังเป็นคนดี จิตใจของเพื่อนผมยังไม่หยาบกร้านจนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี  ยังรู้จักคิด รู้จักบุญคุณของผู้จัดการเจ้าของบริษัท ที่ให้ตำแหน่งหน้าที่การงานแถมยังรักและเอ็นดูเสริมมาก  ที่สำคัญมันคบหากับลี ถึงแม้ว่าลีจะเทียบกับออยไม่ได้เลยก็ตาม  บางครั้งเสริมรู้สึกอายและเริ่มเปรียบเทียบ ความแตกต่างระหว่าง ลี กับ ออย  เสริมเคยไปตรวจงานกับออย ซึ่งผ่านร้านอาหารที่ลี กำลังขมักแขม้น ปัดกวาดเช็ดถูร้าน เพื่อการบริการลูกค้าคนอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน  และออยก็เห็นสิ่งเีดียวกับที่เสริมกับลำเห็นเมียตัวเองทำงานหนักโดยที่ไม่รู้เลยว่าแฟนตัวเองกำลังออกเดทกับสาวสวยคนอื่นที่เพรียบพร้อมไปกว่าเธอทุกอย่างอยู่   

นอกใจ  ไม่มีใครผิดทั้งนั้น ถึงแม้ว่า ออย จะเป็นผู้เริ่มก่อนปลุกปั้นมันขึ้นมาก่อน ปลายนิ้วที่สำผัสต้นแขนของเสริม ทำให้ความเป็นสุภาพบุรุษของเขาหมดสิ้น  แต่แท้ที่จริงแล้วมันคือสุภาพบุรุษจอมปลอมที่ใครหลายๆคนชอบเข้าข้างตนเอง

  ''ถามจริงๆมึงไม่คิดจะฟันน้องเขาหรอว๊ะ''  นั่นคือคำถามที่ผมใช้ทะลาย ความเป็นสุภาพบุรุษของเพื่อนผม 

 '' จริงๆคิดอยากจะมีอะไรกับเธอมานานแล้ว แต่กลัวจะไม่ใช่อย่างที่คิด กลัวว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นการคิดไปเอง''  เสริมตอบผมแบบนั้น


การออกเดทกับสาวอื่นที่ไม่ใช่แฟนของเสริม ก็ยังเป็นหินปูนฝังอยู่ในใจเขาถึงวันนี้ สุดท้ายแล้วมันจะกลายเป็นแค่ประสบการณ์ ไว้เตือนความทรงจำ ทั้งเรื่องความรัก  อารมณ์ชั่ววูป และแนวความคิดในเรื่องของการนอกใจ  มันเป็นวิธีชีวิตมนุษย์ หรือ เป็นด้านมืดของหัวใจ ที่สามารถให้อภัยได้เสมอ ใครล่ะจะให้คำตอบที่แท้จริงได้ นอกจากใจตัวเอง...


ก้องกิดากร


แอล โอรส

Written By Unknown on 15/6/56 | 13:20


-->
แอลโอรส

ความจริงแล้ว ผมไม่เคยรู้จัก แอลโอรสเลย ตกลงเขาเป็นใคร เป็นดาราหรือเปล่า วันนี้ผมไปเจอบทความและ กระทู้เกี่ยวกับเขาไปติดตามกัน


ตร.รวบ แอล โอรส พร้อมพวกกว่า 10 คน หลังโพสคลิปเย้ยกฎหมาย(คลิป)






ตำรวจ สน.บางกอกใหญ่ เข้าจับกุมแอล โอรส พร้อมพวกนับ 10 ราย หลังโชว์คลิปพกพาอาวุธและเสพยาผ่านทางโซเชียลมีเดีย



ตร.รวบ แอล โอรส พร้อมพวกกว่า 10 คน หลังโพสคลิปเย้ยกฎหมาย

รวบ”แอล โอรส”กับพวกกว่า10คน





เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 14 มิ.ย. พ.ต.อ.เมธี รักพันธุ์ ผกก.สส.บก.น.7 ร่วมกับ พ.ต.ท.อำนวย สว่างแก้ว สว.สส.บก.น.7 นำกำลังเข้าจับกุม นายศรายุทธ ศรีกำเหนิด อายุ 26 ปี หรือ แอล โอรส ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงตลิ่งชัน ที่210/56 ลงวันที่ 15 มี.ค.56 ข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยว ,อาวุธปืน และบุกรุก โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 1177 ซอยวังเดิม 2 ถนนวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ พร้อมพวกรวม 14 คน ในจำนวนนี้มีแฟนสาว และลูกสมุนคนสนินของแอลรวมอยู่ด้วย โดยขณะเข้าจับกุมพบทั้งหมดกำลังมั่วสุมเสพกัญชา เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ ได้โยนกัญชาทิ้งลงน้ำไป ยึดของกลางเป็นอุปกรณ์การเสพได้จำนวนหนึ่ง จึงควบคุมตัวทั้งหมดมาสอบสวน



ตร.รวบ แอล โอรส พร้อมพวกกว่า 10 คน หลังโพสคลิปเย้ยกฎหมาย

สอบสวนนายศรายุทธ ให้การว่า หลังรู้ว่าถูกออกหมายจับ เลยหนีไปบวช 7 วัน พร้อมกับบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายที่ ขอให้พ้นคดี ไม่ถูกจับกุม และตระเวนหลบหนีไปเรื่อย โดยเช่าบ้านพักตามที่ต่างๆ ในต่างจังหวัดบ้าง ในกรุงเทพบ้าง กระทั่งล่าสุดไปเที่ยวที่ชะอำ กับเพื่อนๆ แล้วเงินหมด เลยอยากกลับมาบ้าน วันนี้เลยเดินทางกลับมาบ้าน โดยหวั่นใจเหมือนกัน ว่าจะถูกจับได้แต่ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาเร็วขนาดนี้ คิดว่าน่าจะสัก 2-3 วัน



ตร.รวบ แอล โอรส พร้อมพวกกว่า 10 คน หลังโพสคลิปเย้ยกฎหมาย
ที่มา: http://news.tlcthai.com/news/151208.html


โทษคุณคุณครูดีไหม

Written By Unknown on 14/6/56 | 10:41

คลิปผมพลาดโดนหู

เผยคลิปครูตัดผมนักเรียนจนเลือดออก ครูบอกไม่เป็นไร ห้ามถ่ายคลิป!!!


มาอีกแล้ว!  อุบัติเหตุจากการทำโทษนักเรียนยุค ไอที  โซเชี่ยลเน็ทเวอร์ค แม้ ว่ากระทรวงศึกษาธิการจะเสนอร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับความประพฤติ การแต่งกาย และ แบบทรงผมของนักเรียน นักศึกษา ระบุให้นักเรียนชายไว้ผม "รองทรง"ได้ และให้นักเรียนหญิงเลือกไว้ผมสั้นหรือยาวได้ ยกเลิกกฎเหล็กทรง "หัวเกรียน" และ ทรง "สั้นเสมอติ่งหู"  ซึ่งร่างกฎกระทรวงดังกล่าวยังไม่ได้มีการประกาศใช้

แหล่งที่มาของภาพ มีการเผยแพร่ คลิปดังกล่าว เป็นการทำโทษ นักเรียนที่ผมยาวเกินกว่าที่โรงเรียนกำหนด  แต่บังเอิญเกิดอุบัติเหตุ กรรไกรขลิบโดนหูเด็กเข้า  แหล่งข่าวระบุมีการถ่ายคลิปไว้ แต่คุณครูได้สั่งห้ามถ่าย และบอกกับเด็กว่าไม่เป็นไรแต่อย่าถ่ายคลิป   ทั้งนี้มีการระบุว่าราวกับว่าคุณครูทำผิดกฎกระทรวงเกี่ยวกับการให้เด็กนักเรียนสามารถไว้ผมรองทรงได้  

ผมว่าน่าเห็นใจการทำหน้าที่ของคุณครูไม่น้อย  หรือจะเห็นใจเด็กนักเรียนดีหว่ารัฐบาลอุสาห์ออกกฎให้แล้วยังมาคลิบหัวกับหูของผมอีก   คำตอบและเหตุผมคลอยู่ในใจสาวก บล็อกคนใจหมาคนใจมดแล้วใช่ไหมตอนนี้  โปรดตัดสินเรื่องราวในแบบของคุณ

แต่ที่แน่ๆ ป้าข้างบ้านผม บอกกับผมว่าถึงจะให้ไว้ลองทรงผมยาวได้ เขาจะไม่ให้หลานของเขาทั้ง4 คน ทำตามร่างกฎกระทรวงแน่นอน  เพราะเขาเห็นว่าทรงดั้งเดิมที่เขาทำกันมานานมันดีอยู่แล้ว  ทั้งสะอาด เรียบร้อย  และดูแลง่าย ป้าข้างบ้านกล่าวไว้อย่างงั้น


ก้องกิดากร

สัมภาษ นักโทษ คดีข่มขืน

Written By Unknown on 9/6/56 | 17:34

คดีข่มขืน

ข่มขืน กับ อนาจารย์ หรือลวนลาม  ในความคิดของผมความหมายมันช่างแตกต่างกันสะเหลือเกิน  มีบทความอยู่บทความหนึ่งเป็นการสัมภาษณ์นักโทษคดีข่มขืน ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็น ปัญหาสังคม  ที่มีความรุนแรง และ ทำร้ายจิตใจผู้ถูกกระทำซะเหลือเกิน  ว่าด้วยเรื่องของ คำว่านักโทษข่มขืน  ภาพที่ทุกคนจินตนาการใบหน้าและบุคลิกลักษณะของผู้ต้องหาข่มขืนคงไม่แตกต่างกันมาก  จุดประสงค์และผลลัพท์ที่ต้องการคือสัมเร็จความใคร่ให้ตัวเอง  บางรายอำมหิตหน่อย หรือเรียกอีกคำตามภาษาแสลงของบล็อกนี้เขาเรียกว่า คนใจหมา  เพราะถ้าไม่ข่มขืนอย่างเดียวแทบครึ่งนึงของคดีความมีการทำร้ายร่างกายหรือ ฆาตกรรมก็มี

แล้วในส่วนของ การมีเพศสัมพันธ์ แบบไม่สมยอมล่ะ ทำไมไม่เรียกว่าข่มขืน  ส่วนมากจะใช้คำว่า ลวนลาม  ละเมิดทางเพศ อืมมันก็น่าแปลกดี    
สำหรับวันนี้ผมมีบทความที่คัดลอกมา เพื่อมาเตือนภัย  และศึกษาวิธีการของนักโทษคดีข่มขืน ย้ำน่ะครับข่มขืน ไม่ใช่การละเมิดทางเพศ ผมไม่แน่ใจคำว่าวิธีการทั้งสองอย่างมันต่างกันตรงไหน  ใครดีกว่าใคร หรือใครคนดีคนเลว
 เริ่มอ่านบทความไปพร้อมๆกันครับ

บทสัมภาษณ์ นักโทษข่มขืน

ไม่รู้ว่าเคยได้อ่านกันหรือยัง เลย copy มาให้อ่าน จะได้เป็นประโยชน์
แก่ผู้หญิงทุกๆคน

ได้มีการสัมภาษณ์นักโทษข่มขืนในคุกว่า
เค้าดูเหยื่อจากอะไรและนี่คือคำสัมภาษณ์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
อย่างแรกที่เค้าดู คือ ทรงผม
เค้ามักจะตามผู้หญิงที่มีผมหางม้า ผมมวย ผมเปีย หรือ ผมทรงไหนก็ได้ที่สามารถดึงหรือกระชากได้ง่าย ๆ เค้ามักจะตาม ผู้หญิงที่มีผมยาว แต่หญิงผมสั้นมักจะไม่ค่อยเป็นเป้าหมาย

อันดับสองที่เค้าดูคือ เสื้อผ้า
เค้ามักจะหา ผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ถอดออกง่าย ๆ
แต่ว่าเสื้อผ้าที่เค้ามองหาก็เป็นเสื้อผ้าแทบทุกแบบน่ะแหล่ะ
เพราะว่าเค้ามีกรรไกรและเครื่องมือที่สามารถตัดเสื้อผ้าออกได้ง่าย

เค้าจะมองหาผู้หญิงที่กำลังใช้โทรศัพท์มือถือ
หรือกำลังทำกิจกรรมอื่นๆขณะเดิน
เพราะว่าผู้หญิงเหล่านั้นจะไม่ทันระวังตัวและพวกเค้าสามารถเข้าไปใช้กำลังได้ง่ายๆ

เวลาที่เหมาะสมในการเข้าไปทำร้ายและข่มขืน คือ ในตอนช่วงเช้าประมาณตี 5
ถึง 8.30 น.
ส่วนสถานที่ที่ผู้หญิงจะถูกทำร้ายได้ง่ายอันดับแรกคือ
ที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า
อันดับสองคือลานจอดรถหรือโรงรถของบริษัท
อันดับสาม คือ ห้องน้ำสาธารณะ
สิ่งที่คนเหล่านี้จะทำคือ เข้าไปกระชากผู้หญิงคนนั้น
และใช้กำลังดึงเธอไปยังอีกที่หนึ่งที่พวกเค้าจะ
ไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะถูกจับได้ ประมาณ 2 เปอร์เซนต์บอกว่าพวกเค้าใช้อาวุธด้วย
เพราะการข่มขืนมีโทษจำคุก 3 - 5 ปี แต่การข่มขืนและมีอาวุธมีโทษจำคุก
15 - 20 ปี
และถ้าผู้หญิงคนนั้นต่อสู้ เค้าก็จะเกิดการไม่พอใจ เพราะว่ามันจะต้องใช้เวลามากขึ้น และมันเป็นการเสียเวลา
นักโทษคนหนึ่งกล่าวว่า เค้าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงที่ถือร่ม หรือ
สิ่งอะไรก็ตามที่สามารถต่อสู้ได้จากที่ห่างๆ
กุญแจไม่เป็นอุปสรรคเพราะในการที่คุณจะใช้นั้น จะต้อง เข้าไปใกล้ๆ
ดังนั้นการใช้กุญแจในการป้องกันตัว จึงเป็นเรื่องง่าย
สำหรับคนเหล่านี้ มีการป้องกันตัวหลายแบบที่พวกเค้าแนะนำคือ
ถ้ามีใครซักคนเดินตามหลังคุณบนถนนหรือที่โรงจอดรถ
หรือในลิฟต์ให้มองหน้าเค้า และถามคำถามอะไรก็ได้ เช่น
ตอนนี้กี่โมงแล้ว หรือสร้าง สนทนาสั้นๆ อะไรก็ได้ และตอนนั้นคุณจะสามารถเห็นสีหน้าพวกเค้าและสามารถ
ที่จะเห็นปฏิกิริยาทั้งหมด
และคุณก็จะรอดพ้นจากการเป็นเป้าหมาย
ถ้ามีคนมาข้างหน้าคุณเอามือของคุณมาไว้ข้างหน้าและ ตะโกนอะไรก็ได้
คนเหล่านั้น จะปล่อยเป้าหมายไว้คนเดียวทันทีถ้าเหยื่อตะโกนหรือแสดงกิริยาว่าพวกเธอไม่กลัว
ที่จะต่อสู้และพวกเขาก็จะมองหาเป้าหมายใหม่ที่ง่ายกว่าเดิม แต่ถ้าคุณมีสเปรย์พริกไทย ตะโกนออกไปว่า
“ชั้นมีสเปรย์พริกไทย”และโชว์ให้มันดู ถ้ามีใครกระชากคุณ
คุณจะไม่สามารถใช้กำลังในการต่อสู้ได้เลยแต่คุณ
สามารถเอาชนะมันได้ด้วยปัญญา
ถ้าเค้ากระชากข้อมือของคุณ กลับมือของคุณก็จะเปลี่ยนทิศทาง
บิดข้อมือคุณคือและดึงแขนคุณออกไป มันยากที่จะจับข้อมือที่บิดอยู่
ให้ไปในทางนั้นและคนที่ปองร้ายคุณก็จะเสียหลัก
และคุณก็จะเสียหลักถอยหลังออกมา
และคุณก็สามารถใช้แรงผลักนั้น เขกมะเหงกไปที่หน้าผาก หรือจมูก
หรือฟันของคนร้ายได้
แต่ถ้าคุณถูกกระชากข้อมือจากข้างหลัง ให้หยิกคนร้าย
ตรงใต้แขนระหว่างรักแร้และข้อศอก หรือตรงบริเวณเนื้อส่วนใน
มีผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวว่า
เธอได้ลองใช้วิธีนี้กับผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการจะข่มขืนเธอ
เธอหยิกจนเนื้อฉีกและจนถึงบริเวณกล้ามเนื้อของชายคนนั้น
และชายคนนั้นเลยต้องไปหาหมอเย็บแผล หลังจากการหยิกหรือตีแล้ว
เป้าหมายต่อไปคือ ต้นขา (ไข่) มันเป็นสิ่งที่แน่นอนว่า
ถ้าคุณไปตบบริเวณนั้นของผู้ชาย จะสร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
คุณอาจจะติดว่าถ้าคุณทำอย่างนั้น
คุณจะทำให้เค้าโกรธขึ้นมาและทำร้ายคุณมากกว่าเดิม แต่นักโทษให้สัมภาษณ์ว่าพวกเค้าต้องการผู้หญิงที่ไม่ก่อปัญหามากมายเริ่มสร้างปัญหาซะ และพวกเค้าก็จะไปจากคุณ
แต่ถ้าเมื่อชายคนนั้นวางมือบนคุณ ให้กระชากนิ้วเค้า 2 นิ้ว
และหักไปในทางตรงข้ามให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และมันจะสร้าง
ความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ผู้สอนได้ลองทำกับชั้นโดยไม่ได้ทำให้
เจ็บมากและชั้นก็ถึงกับเข่าอ่อนและทุบบอกให้หยุด
แต่สิ่งเหล่านี้ต้องมีการนำไปใช้อย่างเหมาะสม
ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้วย
พาใครซักคนไปกับคนถ้าเป็นไปได้ ถ้าเห็นใครบางคนมีพฤติกรรมแปลก ๆ
ให้ระวังตัว มีสติให้มั่น คุณอาจจะรู้สึกว่าคุณเหมือนคนโง่ในช่วงนั้นแต่คุณจะยิ่ง
แย่กว่านั้นถ้าชายคนนั้นเป็นปัญหาจริง ๆ
กรุณาส่งข้อความนี้ไปให้ผู้หญิงทุกคนที่คุณรู้จัก มันจะได้เป็นการช่วยเหลือเธอได้



บทสัมภาษณ์ นักโทษข่มขืน


ไม่รู้ว่าเคยได้อ่านกันหรือยัง เลย copy มาให้อ่าน จะได้เป็นประโยชน์
แก่ผู้หญิงทุกๆคน

ได้มีการสัมภาษณ์นักโทษข่มขืนในคุกว่า

เค้าดูเหยื่อจากอะไรและนี่คือคำสัมภาษณ์ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
อย่างแรกที่เค้าดู คือ ทรงผม
เค้ามักจะตามผู้หญิงที่มีผมหางม้า ผมมวย ผมเปีย หรือ ผมทรงไหนก็ได้ที่สามารถดึงหรือกระชากได้ง่าย ๆ เค้ามักจะตาม ผู้หญิงที่มีผมยาว แต่หญิงผมสั้นมักจะไม่ค่อยเป็นเป้าหมาย

อันดับสองที่เค้าดูคือ เสื้อผ้า

เค้ามักจะหา ผู้หญิงที่สวมใส่เสื้อผ้าที่ถอดออกง่าย ๆ
แต่ว่าเสื้อผ้าที่เค้ามองหาก็เป็นเสื้อผ้าแทบทุกแบบน่ะแหล่ะ
เพราะว่าเค้ามีกรรไกรและเครื่องมือที่สามารถตัดเสื้อผ้าออกได้ง่าย

เค้าจะมองหาผู้หญิงที่กำลังใช้โทรศัพท์มือถือ

หรือกำลังทำกิจกรรมอื่นๆขณะเดิน
เพราะว่าผู้หญิงเหล่านั้นจะไม่ทันระวังตัวและพวกเค้าสามารถเข้าไปใช้กำลังได้ง่ายๆ

เวลาที่เหมาะสมในการเข้าไปทำร้ายและข่มขืน คือ ในตอนช่วงเช้าประมาณตี 5

ถึง 8.30 น.
ส่วนสถานที่ที่ผู้หญิงจะถูกทำร้ายได้ง่ายอันดับแรกคือ
ที่ลานจอดรถของห้างสรรพสินค้า
อันดับสองคือลานจอดรถหรือโรงรถของบริษัท
อันดับสาม คือ ห้องน้ำสาธารณะ
สิ่งที่คนเหล่านี้จะทำคือ เข้าไปกระชากผู้หญิงคนนั้น
และใช้กำลังดึงเธอไปยังอีกที่หนึ่งที่พวกเค้าจะ
ไม่ต้องกลัวว่าเค้าจะถูกจับได้ ประมาณ 2 เปอร์เซนต์บอกว่าพวกเค้าใช้อาวุธด้วย
เพราะการข่มขืนมีโทษจำคุก 3 - 5 ปี แต่การข่มขืนและมีอาวุธมีโทษจำคุก
15 - 20 ปี
และถ้าผู้หญิงคนนั้นต่อสู้ เค้าก็จะเกิดการไม่พอใจ เพราะว่ามันจะต้องใช้เวลามากขึ้น และมันเป็นการเสียเวลา
นักโทษคนหนึ่งกล่าวว่า เค้าจะไม่ยุ่งกับผู้หญิงที่ถือร่ม หรือ
สิ่งอะไรก็ตามที่สามารถต่อสู้ได้จากที่ห่างๆ
กุญแจไม่เป็นอุปสรรคเพราะในการที่คุณจะใช้นั้น จะต้อง เข้าไปใกล้ๆ
ดังนั้นการใช้กุญแจในการป้องกันตัว จึงเป็นเรื่องง่าย
สำหรับคนเหล่านี้ มีการป้องกันตัวหลายแบบที่พวกเค้าแนะนำคือ
ถ้ามีใครซักคนเดินตามหลังคุณบนถนนหรือที่โรงจอดรถ
หรือในลิฟต์ให้มองหน้าเค้า และถามคำถามอะไรก็ได้ เช่น
ตอนนี้กี่โมงแล้ว หรือสร้าง สนทนาสั้นๆ อะไรก็ได้ และตอนนั้นคุณจะสามารถเห็นสีหน้าพวกเค้าและสามารถ
ที่จะเห็นปฏิกิริยาทั้งหมด
และคุณก็จะรอดพ้นจากการเป็นเป้าหมาย
ถ้ามีคนมาข้างหน้าคุณเอามือของคุณมาไว้ข้างหน้าและ ตะโกนอะไรก็ได้
คนเหล่านั้น จะปล่อยเป้าหมายไว้คนเดียวทันทีถ้าเหยื่อตะโกนหรือแสดงกิริยาว่าพวกเธอไม่กลัว
ที่จะต่อสู้และพวกเขาก็จะมองหาเป้าหมายใหม่ที่ง่ายกว่าเดิม แต่ถ้าคุณมีสเปรย์พริกไทย ตะโกนออกไปว่า
“ชั้นมีสเปรย์พริกไทย”และโชว์ให้มันดู ถ้ามีใครกระชากคุณ
คุณจะไม่สามารถใช้กำลังในการต่อสู้ได้เลยแต่คุณ
สามารถเอาชนะมันได้ด้วยปัญญา
ถ้าเค้ากระชากข้อมือของคุณ กลับมือของคุณก็จะเปลี่ยนทิศทาง
บิดข้อมือคุณคือและดึงแขนคุณออกไป มันยากที่จะจับข้อมือที่บิดอยู่
ให้ไปในทางนั้นและคนที่ปองร้ายคุณก็จะเสียหลัก
และคุณก็จะเสียหลักถอยหลังออกมา
และคุณก็สามารถใช้แรงผลักนั้น เขกมะเหงกไปที่หน้าผาก หรือจมูก
หรือฟันของคนร้ายได้
แต่ถ้าคุณถูกกระชากข้อมือจากข้างหลัง ให้หยิกคนร้าย
ตรงใต้แขนระหว่างรักแร้และข้อศอก หรือตรงบริเวณเนื้อส่วนใน
มีผู้หญิงคนหนึ่งกล่าวว่า
เธอได้ลองใช้วิธีนี้กับผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการจะข่มขืนเธอ
เธอหยิกจนเนื้อฉีกและจนถึงบริเวณกล้ามเนื้อของชายคนนั้น
และชายคนนั้นเลยต้องไปหาหมอเย็บแผล หลังจากการหยิกหรือตีแล้ว
เป้าหมายต่อไปคือ ต้นขา (ไข่) มันเป็นสิ่งที่แน่นอนว่า
ถ้าคุณไปตบบริเวณนั้นของผู้ชาย จะสร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
คุณอาจจะติดว่าถ้าคุณทำอย่างนั้น
คุณจะทำให้เค้าโกรธขึ้นมาและทำร้ายคุณมากกว่าเดิม แต่นักโทษให้สัมภาษณ์ว่าพวกเค้าต้องการผู้หญิงที่ไม่ก่อปัญหามากมายเริ่มสร้างปัญหาซะ และพวกเค้าก็จะไปจากคุณ
แต่ถ้าเมื่อชายคนนั้นวางมือบนคุณ ให้กระชากนิ้วเค้า 2 นิ้ว
และหักไปในทางตรงข้ามให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และมันจะสร้าง
ความเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ผู้สอนได้ลองทำกับชั้นโดยไม่ได้ทำให้
เจ็บมากและชั้นก็ถึงกับเข่าอ่อนและทุบบอกให้หยุด
แต่สิ่งเหล่านี้ต้องมีการนำไปใช้อย่างเหมาะสม
ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมด้วย
พาใครซักคนไปกับคนถ้าเป็นไปได้ ถ้าเห็นใครบางคนมีพฤติกรรมแปลก ๆ
ให้ระวังตัว มีสติให้มั่น คุณอาจจะรู้สึกว่าคุณเหมือนคนโง่ในช่วงนั้นแต่คุณจะยิ่ง
แย่กว่านั้นถ้าชายคนนั้นเป็นปัญหาจริง ๆ
กรุณาส่งข้อความนี้ไปให้ผู้หญิงทุกคนที่คุณรู้จัก มันจะได้เป็นการช่วยเหลือเธอได้


ที่มาhttp://webboard.niyay.com/detail/3312.html

ก้องกิดากร
9/6/56

แม่เล่น face book

Written By Unknown on 29/5/56 | 11:32

แม่เล่นface book

ใน face book ไม่มี รักแท้ เพราะ พ่อกับแม่ ท่านไม่ได้เล่น face book



โฮ้โห เป็นคำที่โดนจริงๆ สำหรับหนุ่มสาววัยรุ่น เอาไว้ใช้ประชดพ่อแม่ ยามที่ตัวเองโดนด่าเวลาแชตกับหนุ่มๆ สาวๆ ในโลกออนไลน์ เอาน่ายังไงพ่อแม่เขาก็เป็นห่วงกลัวว่าเราจะพลาดท่าเสียทีให้กับคนแปลกหน้า... แต่ถ้าไม่พอใจเขาลองมาอ่านเรื่องนี้ดู แล้วคุณอาจจะเข้าใจจนไม่อยากให้พ่อแม่ของคุณหรือตัวคุณเองเล่น face book อีกต่อไป.............






เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นจริง เพราะมีผู้โพสระบายปัญหาที่เขาอัดอั้นอยู่ในใจ


เรื่องราวของเธอก็ออกจะประมาณพ่อแม่ไม่ให้เล่น face book เพราะกลัวว่าวันหนึ่งจะพลาดท่าเสียที แต่คุณจะรู้หรือไม่ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรและทำตัวอย่างไรเมื่อเกิดเหตุการณ์นี้ น้องคนนี้เธอมีแม่คนเดียวส่วนพ่อของเธอเลิกลาแยกทางกับแม่ของเธอมานานแล้ว แม่ของเธอก็ปรดติทั่วไปที่จะต้องคอยห้ามปลามไม่ให้เธอหลงอยู่ในวังวนโลกออนไลน์มากนัก จนแล้วจนเล่าเธอเริ่มเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของแม่เธอ แม่ชอบนั่งหน้าคอมเหมือนจะศึกษาอะไรบางอย่าง เวลาที่เธอเล่นface book แม่ของเธอก็จะคอยจดๆจ้องๆ เหมือนดูวิํีธีเล่นจากเธอ แต่ผมว่าแม่ของเธอเก่งน๊ะ เพราะเขาใช้เวลาไม่นานสร้างบัญชีและเริ่มรับแอดหนุ่มๆ เข้ามาเป็นเพื่อน ชื่อที่ตั้งไว้ของแม่เธออ่านแล้วเธอเองยังยอมรับไม่ได้แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเขาใช้ชื่ออะไร นับวันแม่ของเธอเริ่มเสพติดface book ซะแล้ว เลยเถิดไปไกลราวกับกำลังจะหาพ่อใหม่ให้เธอ มีการนัดเจอกันมาค้างที่บ้าน เธอทำตัวแทบไม่ถูก ไม่ใช่ว่าเพราะเรื่องพ่อใหม่หรอกน๊ะ แต่เป็นเพราะผู้ชายคนนั้นยังหนุ่มแน่นกว่าแม่เธอมากกลังว่าเขาจะมาหลอกแม่ของเธอ เธอเข้าใจอะไรมากขึ้นเพราะแม่ของเธอกับชายหนุ่มคนนั้นไม่ได้รู้จักกันมาก่อนเลยเพียงแค่แชตหากันไม่กี่ครั้งก็บรรจบกันแล้วหรอ เธอเริ่มเข้าใจในคุณค่าของผู้หญิงมากขึ้น เธอคิดจะบล็อกโปรฟายของผู้ชายคนนั้นในยามที่แม่ของเธอเผลอ แต่ไม่ทันหรอกเพราะหลังจากนั้นแม่เธอก็เลิกเล่น face book เปลี่ยนมาสื่อสารทางโทรศัพย์แทน ทุกวันนี้ตัวเธอเองเกลียดการเล่นface book ไปแล้วและเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้ใหญ่หลายๆคนมักจะห้ามเล่นกันอยู่เสมอๆ














โอ้แม่เจ้า ถ้าผมเป็นน้อง ผมก็คงทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน บางครั้งมันก็อาจจะเป็นเหตุผลของผู้ใหญ่ แต่ผมก็เข้าใจว่าความรู้สึกของน้องเขาเป็นอย่างไร ไม่แน่น๊ะครับผู้ใหญ่อาจจะไม่ต้องห้ามเด็กหรอกครับ เพราะถ้าเขายิ่งมีประสบการณ์ เขาอาจจะมีภูมิคุ้มกันในวันหน้าก็ได้ แต่ต่างกันหากไม่ศึกษาและรู้วิธีใช้ที่ถูกวันหน้าวันหลังเกิดมีโอกาสได้เล่น ไม่ภูมิคุ้มกันทางความคิดอาจตกเป็นเครื่องมือของใครก็ได้










สรุป ผมมองว่าแม่ของน้องผู้หญิงคนนี้เขาอาจจะไม่มีภูมิคุ้มกันโรคติด Face book ก็เป็นได้ จึงติดง่ายและบรรจบง่ายซะอย่างงี้ อิๆๆๆ






จบครับจบ.......

สูญพันธุ์สุภาพบุรุษ

Written By Unknown on 27/5/56 | 14:59



หมดแล้วหรือสุภาพบุรุษ





วันนี้หลังจากที่ไม่ได้อัพเดทบล็อกมาเป็นสัปดาห์ วันนี้ผมจึงรืบหาปัญหาต่างๆมาให้ผู้ติดตามบล็อก เขาใจหมา หรือว่าผมใจมด มาวิเคราะห์เรื่องราวและชั่งน้ำหนังกัน วันนี้ไปเจอร์บทความในเว็บบอร์ดสนุก ที่โพสถามสมชิกถึงคำว่าสุภาพบุรุษ มาเริ่มอ่านข้อความกัน






มีใครเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างไหม

ผู้ชายยืนเบียดในบีทีเอส ไม่มีใครลุกให้เด็ก สตรี และคนชรานั่ง

นั่งๆอยู่ผู้ชายเดินมาแซวซะงั้น ว่างๆบ่ายๆ เจ้านายไม่อยู่นั่งดูคลิปนี้

แล้วแอบเห็นด้วยกับสาวๆในคลิป เด่วนี้ไปไหนมาไหน ไม่มี

ไม่เจอสุภาพบุรุษอีกแล้ว คนรุ่นใหม่ๆหายากมาก ที่จะเสียสละ ให้ผู้หญิง

ผู้ชายบางคนชอบอ้างว่า สิทธิเท่าเทียมกัน มันใช่รึคะ เราอ่อนแอ

กว่านะคะ ทั้งสรีละ กายภาพ ..













แหมๆๆๆๆๆๆ ผมอยากจะบอกสาวๆเขาเหลือเกิน สุภาพบุรุษยังเยอะเยะเต็มเมืองครับ แต่ให้เทียบเท่ากับ คุณชายละครดังวังจุทาเทพ คงหายากหน่อยจ๊ะ ส่วนผู้ชายในบทความที่เขาเขียนถึง คุณจงรู้ไว้ว่าคุณทำให้ผู้ชายเกือบทั้งโลกไร้ความเป็นสุภาพบุรุษ




ให้คะแนนเลยล่ะกัน คนไร้น้ำใจแล้วยังมาเห่าแซวสาวอย่างงี้ เอาไปเลย95%สำหรับความใจหมา

คนหัวหมอใจหมา อิๆ

Written By Unknown on 16/5/56 | 13:35


ไปเจอ บทความจากทางบ้านเขาขอให้ กูรู้ เอ่ย!กูรูตัดสิน แต่ก็ยังตัดสินยากอยู่ดีเลยเอามาให้ผู้อ่านช่วยตัดสินกันดูหน่อยครับ

เรื่องมีอยู่ว่า วันนั้นเป็นวันเสาร์อาทิตย์ เด็กหนุ่มคนนึงคิดที่จะล้างรถเก๋งของเขาซักหน่อย ด้วยรถคันนี้ไม่ได้ล้างมาเป็นแรมเดือนเขาเลยจัดแจงจะล้างมัน แต่บังเอิญพ่อหนุ่มคนนี้มีธุรด่วนขึ้นมาทันที และต้องออกจากบ้านไปทำธุระให้เสร็จรถสภาพเน่าๆ ก็ถูกลื้อแผ่นยางรองพื้นสำหรับไว้รองเท้าออกเสียแล้ว เขาเลยไม่อยากที่จะเก็บมันเข้าไปเหมือนเดิม แถมยังฉีดน้ำซะเปอะเปื้อนไปหมดแล้ว ก็เลยตัดสินใจจะนั่งรถเมล์ไปทำธุระ
บังเอิญมีลุงข้างบ้านอยู่คนนึงญาติพี่น้องแกก็ไม่มี ชอบดื่มสุราเป็นอาจิณ แกชอบรับจ้างแลกเศษเงินแล้วนำไปปรนเปอความสุขของแก แกไม่หวังอะไรมากไปกว่า มีเงินเก็บสักก้อนแล้วเข้าไปนอนกอดกับมันข้างในขวดนั่นถือว่าแกจะมีความสุขที่สุด เด็กหนุ่มจึงขอให้แกช่วยล้างรถให้ซักหน่อย ล้างเสร็จก็จะให้รีเจนซี่แกซักขวดนึง อายุลุงแกก็ไม่ใช่น้อยล่ะอีก3ปีจะ60แล้ว ท่าทางแกดูดีใจกับของกำนันที่เด็กหนุ่มเสนอมาก แกทั้งล้างทั้งเช็ด ทั้งขัด จนเงาวับ แถมยังช่วยตัดกิ่งไม้ กวาดใบไม้ให้อีกต่างหาก พอเสร็จงานแกก็นั่งรอเด็กหนุ่มคนนั้นไม่นานเด็กหนุ่มก็กลับจากธุระ และทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับลุงเขา

ลุงแกโมโหอย่างแรง แถมยังด่าว่าไอ้เด็กหัวหมอ เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นกังวลใจและงงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเลยเขียนเล่าเรื่องราวถามคนไปทั่วทั้งประเทศว่าเขาผิดตรงไหน

เอ่อนั่นซิผิดตรงไหน มาช่วยกันตัดสินหน่อยว่าใครใจหมาใครใจมดกันแน่ 







 ขอบคุณภาพจากคุณmamamusab









หนุ่มน้อยจอมดราม่า

Written By Unknown on 10/5/56 | 11:54

เราเป็นคนที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร 



ลองดูเรื่องเล่าจากเว็บบอร์ดกันบ้าง


เราเป็นคนที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร ไม่เลยซักอย่างจริงๆนะ

ไม่ว่าจะหน้าตา การเรียน พูดก็ไม่เก่ง เพื่อนก็น้อย (กรรม)




แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก....




ปัญหามันอยู่ตรงที่ เราเรียนอยู่มหาลัยแล้วช่วงนี้มันดันมีกิจกรรมเยอะจนน่าปวดหัว

เราก็เป็นรุ่นพี่คนอื่นเค้าแล้ว ก็เลยมีหน้าที่ต้องคอยดูแลรุ่นน้อง

ที่นี้...เพื่อนในคณะก็นัดทำงานกันวันเสาร์อาทิตย์

แล้วเพื่อนสนิทในกลุ่มเราก็เป็นเด็กแถวๆนั้นกันหมด ก็เลยกลับบ้าน

แต่เราดันเป็นเด็กบ้านใกล้ (อยู่หอพักไม่ได้กลับบ้านเหมือนเพื่อนเค้า)

ทุกคนในกลุ่มก็เหมือนจะโยนงานให้เราไปรับผิดชอบคนเดียว

แปลว่า...วันเสาร์อาทิตย์ที่จะถึงนี้เราต้องไปทำงานกับเพื่อนคนอื่นๆ(ที่ไม่สนิท)




อย่างที่บอก เราพูดไม่เก่ง มีเพื่อนน้อย แล้วเราก็รู้สึกว่าไม่ค่อยจะมีใครเห็นหัวเราซะเท่าไร

เราก็ลำบากใจ ไม่อยากจะไปทำงาน




(จิตใจฝ่ายชั่ว) กูไม่จะไป!!!

(จิตใจฝ่ายดี) มันคือหน้าที่




เราไม่อยากไปเลย เราไม่อยากไปทำงานคนเดียว เหงาๆ ไม่ค่อยมีใครพูดด้วย

ไม่มีใครเห็นว่าเรามีตัวตน




แล้วที่ดราม่าของแท้เลยก็คือ เราคิดมากเลยโทรไปปรึกษาแม่

แม่บอกว่า "โตแล้วหัดคิดอะไรเองบ้าง" แล้วก็ตัดสายไปทั้งๆที่เรายังพูดไปจบเลย




เราเสียใจมากเลยนะ

ร้องไห้เลยแหละ (ตอนพิมพ์ก็ร้องไห้อยู่)




เราคิดว่าบางทีคนเราถึงโตแค่ไหนก็ยังต้องการตัวช่วยนะ

ไม่รู้เพราะเรามันอ่อนแอหรือเพราะอะไร

แต่เรารู้สึกว่ายังไงคนเรามันก็แก้ปัญหาให้ตนเองไม่ได้ทุกเรื่องหรอก

เราอยากกลับบ้านบ้าง...

เราอยากมีข้ออ้างนู้นนี้นั้นเลยไปช่วยทำงานไม่ได้

เราอยากให้เพื่อนมาช่วยกันทำงาน

เราอยากให้แม่คอยปลอบใจเรา




ถ้าถามว่าไม่อยากไปแล้วไปทำไม่ล่ะ ช่างมันซิ!

เราตอบได้เลยว่า เรากลัวเพื่อนเกลียด อยู่หอพักแล้วทำไมไม่มาช่วยงาน...




-------------------------------






ต้องขอบอกว่าน้องคนนี้ดราม่าดีน่ะ แต่ไม่มากเท่าไหร่หรอก


ผมขอสรุปก่อนเลยล่ะกันว่า เพื่อนของน้องใจหมามากๆ ทิ้งงานให้น้องทำคนเดียว แต่สำหรับเรื่องเล่าเรื่องนี้ผมขอยกให้น้องใจมดสุดๆ เรื่องทั้งเรื่องเป็นการคิดเล็กคิดน้อยมากไปหน่อยกับการใช้ชีวิตพยายามหาจุดเปลี่ยนของมันให้ได้






แต่ผมว่าน้องเขาดูจะเน้น คำพูดนี้เป็นพิเศษ


เราเป็นคนที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร ไม่เลยซักอย่างจริงๆนะ

ไม่ว่าจะหน้าตา การเรียน พูดก็ไม่เก่ง เพื่อนก็น้อย (กรรม)






เชื่อผมน่ะตัวคุณเองจะต้องมีอะไรเด่นซักอย่างและมันสามารถปกปิดความอ่อนแอตรงนี้ของคุณได้แน่นอนเชื่อเถอะน่างั้นเอานี่ไปอ่านล่ะกัน






คําคมสอนใจ

ถ้าท่าน ไปตรงๆไม่ได้ ก็จงไป 'ทางอ้อม' และถ้าท่านไปข้างบนไม่ได้ ก็จงไปข้างล่าง อย่ายอมแพ้ง่ายๆ เป็นอันขาด
ถ้าอยากจะ "ประสบความสำเร็จ" ต้องกล้าที่จะ "เปลี่ยนแปลง" ตัวเอง
ทางข้างหน้า 'ลางเลือน' เหมือนว่างเปล่า แดดจะเผาผิวผ่อง เธอหมองไหม้ ที่ตรงนั้นมีหุบเหว มีเปลวไฟ ถ้าอ่อนแอจะฝ่าไป อย่างไรกัน
จงฟังความรู้สึกของผู้พูด ไม่ใช่ 'คำพูด'
จุดที่ต่ำสุดของ 'ชีวิต' ที่ทุกคนมีโอกาส 'ประสบ' ..เป็นได้ทั้ง 'จุดจบ' และ 'บทเรียน' ที่ดี
คนเราจะไม่ต้องใช้สมองเลย ถ้าพูดแต่ 'ความจริง'
ยิ่งบทเรียนยากขึ้น 'เท่าไหร่' ถ้าเราผ่านมันไปได้เราก็จะยิ่ง 'เก่งขึ้น' เท่านั้น
ถ้าคุณไม่ลอง 'ก้าว' จะไม่มีวันรู้เลยว่า 'ข้างหน้า' เป็นอย่างไร
อย่ากังวลกับสิ่ง ที่ยังมาไม่ถึง แต่ให้ คำนึงถึง สิ่งที่ 'กำลังทำ'
หนทางยาวไกลนับ 'หมื่นลี้' ต้องเริ่มต้นด้วย 'ก้าวแรก' ก่อนเสมอ


ขอบคุณคำสอนจาก rakjung.com
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. เขาอยากให้คุณช่วยตัดสิน - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger